Archive for Hack Your Mind

Hack Ur Mind#13 : Our Last Class

คาบเรียนที่ผ่านมาเป็นการเรียนวิชานี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วค่ะ คราวนี้อาจารย์ธงชัยเป็นผู้บรรยายเองเลย

>>เริ่มจากทำแบบทดสอบว่าเราเป็นคนที่ถนัดการเรียนรู้แบบใด จากสามแบบคือ Visual, Auditory หรือ Kinesthetic 

 เกดได้แบบ Kinesthetic ค่ะ แปลว่าชอบลงมือทำ

>> แล้วพวกเราก็ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ของการทำ visualizationซึ่งอาจารย์ก็เปิดคลิปให้ดูค่ะ เป็นนักกีฬายิมนาสติกที่ใช้การจินตนาการในการฝึกฝนของเธอ ซึ่งทำได้ดีมาก เลยค่ะ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ซึ่งกานทำ visualization นี้ก็มีคนทำวิจัยมากเลยนะคะ

 >> จากนั้นอาจารย์ธงชัยก้อแนะนำการฝึกชี่กงแบบเริ่มต้นให้พวกเราได้ฝึกกันค่ะ

ท่าแรก เอานิ้วโป้งชองมือซ้ายมานวดฝ่ามือขวา และเอานิ้วโป้งขวามานวดฝ่ามือซ้าย นวดตรงกลางๆ นะคะ

ท่าที่สอง ตั้งฝ่าทั้งสองโดยหันเข้าหาดัน จากนั้นค่อยๆ เลื่อนเข้าและออกจากกันอย่างช้าๆ อย่าให้ฝ่ามือชนกันะคะ ตอนทำท่านี้เกดรู้สึกว่ามือเกดร้อนด้วยแหละ จริงๆ นะไม่ได้คิดไปเอง

ท่าที่สาม ใช้นิ้วทั้งสิบนิ้ว เคาะๆ ไปที่ศีรษะ แต่ท่านี้ต้องทำไล่จากข้างหน้าไปข้างหลังนะคะ ใช้แก้ง่วงได้ดีค่ะ

ท่าที่สี่ วางฝ่ามือข้างหนึ่งที่ท้อง อีกข้างหนึ่งที่หน้าอก แล้วหมุนมือค่ะ วนไปเรื่อยๆ เริ่มจากวนตามเข็มซักระยะหนึ่ง แล้ววนตามเข็มนาฬิกาเป็นจำนวนรอบเท่ากันค่ะ ท่านี้ช่วยได้ดีสำหรับคนที่ความดันต่ำค่ะ

>> สุดท้ายก้อจบลงไปแล้วอย่างสมบูรณ์ค่ะ สำหรับวิชานี้  เวลาผ่านไปเร็วมากๆ เลย เทอมนี้เรามีวิทยากรมากถึง 11 ท่าน แต่ละท่านก้อเต็มใจให้ความรู้กับพวกเราอย่างเต็มที่ รู้สึกว่าวิชานี้เป็นวิชาที่เปิดกว้างและดีมากๆ เลยค่ะ ต้องขอขอบคุณอาจารย์ธงชัยที่เปิดวิชาดีๆ แบบนี้ให้พวกเราได้มีโอกาสได้เรียน ขอบคุณค่ะ

Leave a comment »

Request for Comment

1. ท่านชอบการบรรยายของวิทยากรรับเชิญท่านใดมากที่สุด โปรดให้เหตุผล

ชอบการบรรยายของ ดร. อาจอง มากที่สุดค่ะ เหตุผลที่ชอบคือ เกดมีความสนใจในเรื่องการฝึกจิต เจริญสติ และ ปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว ซึ่งดร.อาจองก็พูดถึงเรื่องนี้พอดี เกดชอบและประทับใจเรื่องการฝึกสมาธิโดยใช้แสงสว่างมากๆ เลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าทำแล้วจิตใจสงบ สมองโปร่ง และ เกิดความคิดดีๆ และมีความต้องการที่มองโลกในแง่ดีๆมากขึ้น นอกจากเกดสนใจในเรื่องนี้แล้ว ยังประทับใจที่ท่านวิทยากรเป็นคนที่มีความรู้มาก  รู้รอบทุกด้าน เป็นคนเก่ง และเป็นคนดี ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เป็นคยพอเพียงจริงๆ นิทานทุกๆ เรื่องที่ท่านสอนเข้าใจได้ง่ายทั้งที่เรื่องนั้นๆเป็นเรื่องที่สอนยาก ซึ่งนิทานแต่ละเรื่องสอนคนได้ดีมากๆ เลย เกดชอบนิทานเรื่องเศรษฐีกับภรรยา 5 คนแล้วก้อนิทานเรื่องคุณยายหาเข็มตรงที่มีแสงสว่างไม่ใช่ในที่ๆ ทำตก มากเลยค่ะ รู้สึกว่าคาบเรียนในวันนั้นเป็นคาบที่ได้ทั้งความรู้หลายๆอย่าง ได้ทั้งความสุขใจ เรียกได้ว่าเป็นคาบเรียนที่สมบูรณ์แบบเลยค่ะ ตอนนี้เกดยกให้ดร.อาจอง เป็นคนที่เกดประทับใจที่สุดเลยแล้วเกดก็ยกให้ท่านเป็น Role Model ของเกดไปเรียบร้อยแล้ว  

2. ท่านชอบเนื้อหาการบรรยายของ อ. ธงชัย เรื่องใดมากที่สุด โปรดให้เหตุผล

ชอบเนื้อหาการบรรยายของอาจารย์ธงชัยเรื่องการฝึกความจำมากที่สุดค่ะ เพราะเป็นเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้เลย ไม่ต้องใช้เวลาฝึกฝนมากมายเกดชอบเทคนิคการใช้เป๊ก หรือ ตะขอเกี่ยวค่ะ เพราทำให้เกดสามารถเรียงลำดับและจำสิ่งของได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆ ที่ก่อนที่จะได้เรียนไม่เคยมีความสามารถในเรื่องความจำมาก่อนเลย นอกจากนี้การฝึกความจำยังทำให้เกดได้ฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์ไปด้วยในตัว เพราะว่าเวลาจะจำของเกดต้องนึกภาพเรื่องราวต่างๆ ให้สัมพันธ์กับเป๊ก รู้สึกสนุกมากที่ได้เรียนรู้เรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้มมาก่อนเลยว่าคนที่เค้าจำกันเก่งๆ มีเคล็ดลับแบบนี้นั่นเอง  

3. โปรดเลือกสามหัวข้อที่ท่านต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือสนใจเป็นพิเศษ โดยเรียงตามลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด และให้เหตุผลประกอบ

การเจริญสติ สมาธิ  สนใจเรื่องนี้มากที่สุดเพราะโดยพื้นฐานเกดเป็นคนใจร้อนอยู่แล้ว หลังจากได้ฝึกเจริญสติ และ สมาธิมาซักพัก ทำให้ใจเย็นลงมากๆ และ ป็นคนที่มีเหตุผลมากขึ้น คิดก่อนพูด คิดก่อนทำมากขึ้น  ซึ่งเกดคิดว่าถ้าฝึกฝนไปเรื่อยๆ เกดจะสามารถพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

การบริหารเงินส่วนบุคคล เนื่องจากกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยของการทำงาน ไม่ใช่นิสิตอีกต่อไป ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองมากขึ้น ความรับผผิดชอบของเกดต้องเพิ่มขึ้นทุกๆด้าน รวมถึงเรื่องการเงินด้วย ดังนั้นความรู้เรื่องการบริหารการเงินส่วนบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญแลจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ เพื่อให้สามารถบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธืภาพ สามารถจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนได้ และ ใช้เงินได้เกิดประโยชน์สูงสุด

การนำเสนอ เกดคิดว่าความสามารถในการนำเสนอเป็น Key factor อย่างหนึ่งที่จะนำซึ่งความก้าวหน้าในชีวิตการทำงาน ความรู้ทางด้านเทคนิอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะในชีวิตการทำงานเราจำเป็นต้องสื่อสาร และนำเสนองานของเราให้กับเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ลูกค้า หากเรามีความสามารถด้านการนำเสนอที่ดีเราก็จะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการงานได้มากขึ้น

4. ท่านได้นำสิ่งที่ได้จากการเรียนวิชานี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง

  • - การเรียนวิชานี้ทำให้ได้ฝึกทักษะที่ไม่เกี่ยวข้องกับความรู้ด้านเทคนิคเลย แต่ทำให้ได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • - ได้พัฒนาความสามารถให้มองโลกในมุมบวก คิดถึงแต่เรื่องดีๆ ตามแนวคิดกฎแห่งการดึงดูด และรู้จักการสร้างแรงับนดาลใจให้กับตัวเอง
  • - ได้เทคนิคต่างๆ ในการฝึกฝน และพัฒนาความจำของตนเอง
  • - ได้ความรู้เรื่องการบริหารการเงิน แนวคิดการออมเงินให้เป็นเศรษฐี
  • - ไดรู้จักตนเองเพื่มมากขึ้น รู้ว่าเป็นคนประเภทไหน ควรฝึกฝนพัฒนาเรื่องใดเพิ่มขึ้นอีก และควรปรับตัวให้เข้ากับคนประเภทอื่นๆ ได้อย่างไร
  • - ได้รับความรู้จากวิทยากรหลายๆท่าน ที่สอนให้รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง ได้ฝึกพัฒนาจิตและสติ

 

5. ท่านคิดว่าควรมีการสอบทักษะของเล่นที่ใช้ความคล่องแคล่วของมือหรือไม่ โปรดเลือกคำตอบและให้เหตุผลประกอบ

เกดคิดว่า มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ เพราะของเล่นที่ต้องใช้ทักษะนั้น การจะเล่นได้หรือไม่ได้อยู่ที่การฝึกฝนค่ะ ซึ่งของเล่นแต่ละชนิดนั้นก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนค่อนข้างมาก เทอมนี้มีเพื่อนหลายคนที่ว่างมากๆ ไม่ได้ลงเรียนมากนัก เวลาก็จะมากทำให้มีเวลาว่างมากพอที่จะฝึกทักษะ และก็มีเพื่อนอีกหลายคนเช่นเดียวกันที่ลงเรียนเยอะเพราะเป็นเทอมสุดท้ายที่จะสามารถเก็บเกี่ยวความรู้ในเรื่องที่สนใจได้ ทำให้ไม่มีเวลามากพอที่จะฝึกฝน  ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่เกดคิดว่ายอมรับได้ค่ะ ซึ่งเกดคิดว่าถ้าจะมีการสอบก็ควรเป็นการเล่นเพื่อการฝึกทักษะ หรือเป็นการแสดงความสามารถเล็กๆน้อยๆ ให้เพื่อนๆ ดูเพื่อความสนุกสนาน แต่ไม่ควรมีความเครียดหรือความกดดันจากคะแนนค่ะ

6. ท่านต้องการให้วิทยากรด้านใดมาบรรยายเพิ่มเติม โปรดเสนอชื่อวิทยากรหรือเนื้อหาที่ต้องการ

อยากให้เชิญ คุณมนตรี ฐิรโฆไท  ท่านเป็นผู้ก่อตั้งโครงการ New Investor Programs หรือ NIPs ที่เพื่อนๆ หลายคนได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการค่ะ ท่านเป็นคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการเงิน และ การลงทุนค่ะ นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับต่างๆ ที่สามารถนำมาในการบริหารการเงินส่วนบุคคลได้ดีมากๆเลยค่ะ นอกจากนี้ท่านยังมีความสามารถในการถ่ายทอดประสบการณ์ และ ความรู้ได้สนุกสนานและเข้าใจง่ายอีกด้วยค่ะ  

7. โปรดตั้งคำถามและคำตอบหนึ่งข้อเสมือนว่าท่านเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชานี้

ให้ท่านให้ข้อเสนอแนะสำหรับวิชานี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด?

  • - มีการไปทัศนศึกษานอกสถานที่ อาจจะไปปฏิบัติธรรมที่ยุวพุทธิกสมาคม เพื่อฝึกฝนการเจริญสติและสมาธิ หรือไปเที่ยวชมโรงเรียนสัตยาไสย ของ ดร.อาจอง เพื่อเปิดหูเปิดตา และมีจิตสำนึกในการรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • - หาแรงจูงใจในการให้เพื่อนๆ เข้าห้องเรียนให้ตรงเวลามากขึ้นทั้งตอนเริ่มเรียนและหลังจากพัก เช่น เช็คชื่อพร้อมลงเวลาการเข้าห้อง
  • - ให้ทุกๆคนมีส่วนร่วมในคลาสมากขึ้น อาจจะเป็นการยกมือแสดงความคิดเห็น ถามคำถาม หรือ พูดขอบคุณวิทยากร

Leave a comment »

Hach Ur Mind #11 : การฝึกจิตเพื่อความสุขที่ยั่งยืน

สวัสดีค่ะ คาบที่แล้วพวกเราได้ฟังการบรรยายที่ดีมากๆ เกดประทับใจที่สุดในโลกเลยแหละ วิทยากรที่ใจดีมาบรรยายให้พวกเรา ท่านคือ ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นั่นเองค่ะ ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก น่าเคารพนับถือ สุดๆเลยค่ะ

 getattachment

เราเริ่มจากการสวดมนต์เป็นเพลงก่อนเลยค่ะ เพื่อระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย

 เกดขอสรุปเรื่องราวทีละอย่างละกันนะคะ

- ฉัน ต้องการ ความสุข
  ตัด ฉัน และ ต้องการ ออก ก็จะเหลือแต่ความสุข
  ง่ายไหมครับ
  ฉัน คือ ตัวกู ของกู
  แทนที่คิดถึงตัวฉัน เป็นเรา ตัด I เป็น We
   ต้องการ โดยเฉพาะเด็กๆ ต้องลดเรื่องนี้ให้ได้
  การตลาดจะมุ่งเยาวชนเป็นหลัก
  ต้องการมาก ก็ผิดหวังมาก
  ต้องการน้อย ก็ผิดหวังน้อย
   ไม่ต้องการเลย ก็ไม่ผิดหวังเลย

- เล่านิทานคุณยายหาเข็มเย็บผ้า ที่เข็มตกในห้องที่มืด แต่ไปหาในที่มีแสง จะเจอไหมครับ
  ความสุขหายไปจากใจ ต้องกลับมาหาที่ใจครับ

- มาศึกษาเกี่ยวกับตัวเราเอง
   พูดเรื่องการเรียนรู้
   ท่านอาจารย์เรียนครูตอนอายุ ๖๐ ปี
   แสดงว่า พวกเราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา
    การเรียนรู้ เราจะใช้อะไรเป็นหลัก
    อเมริกา ใช้ Brian base learning ทำให้คนเป็นคนเก่ง
   คนเก่งจะต้องใช้การเชื่อมโยงเซล

- มนุษย์ เจ้าจงรู้จักตัวเอง
   การเรียนรู้เริ่มจากการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม แล้วเก็บไว้ในจิตใต้สำนึกของเรา

-  หากอยากมีความสุขต้องควบคุมประสาทสัมผัสทั้งห้า
   ตา รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่เรามองเห็นความเลว เพราะความเลวอยู่ในจิตใจเราเอง
   หู รับการสั่นสะเทือนของอากาศ แต่เราได้ยินบางเรื่องแล้วโกรธ เพราะเราตีความไปเอง เป็นแค่การสั่นสะเทือนของอากาศ

- การตีความ
   เราเห็น ฟังสิ่งเดียวกัน ตีความต่างกัน
   ขึ้นอยู่ว่าเรามีอะไรในจิตใต้สำนึกของเรา
   เราบันทึกข้อมูลอะไรในจิตใต้สำนึก

- ดังนั้นก่อนเราจะมีปฏิกิริยา ต้องตั้งคำถามต่อตัวเอง
  1. ข้อมูลนี้ดีต่อตัวเราไหม?
  2. ข้อมูลนี้ดีต่อทุกคนไหม?
  เราเรียกการทำแบบนี้ว่าใช้วิจารณญาณ

- นี่เป็นวิธีการเปลี่ยนตัวเอง ต้องใส่โปรแกรมให้ตัวเราเอง ใส่ในจิตใต้สำนึกของเรา
   ตื่นตอนเช้ายิ้ม วันนี้เรามีปัญหาให้แก้ไข จะได้เรียนรู้และประสพความสำเร็จ
   เราคิดอย่างไร เราก็จะเป็นคนแบบนั้น

-  จิตใต้สำนึกควบคุมสมองตลอด ๒๔ ชั่วโมง
    เช่น เราบ่นว่าปวดหัวบ่อยๆ เข้า เราจะปวดหัว, เด็กบ่นปวดท้องทุกวัน เด็กจะปวดท้องเพราะจิตใต้สำนึกบอกว่า เด็กคนนี้อยากปวดท้อง ในแง่จิตวิตยา ความคิดสำคัญมาก

- ใครด่าเรา ให้เราคิดในใจว่า ขอบใจที่ทดสอบเรา ให้อดทน รู้จักควบคุมตัวเอง
  จะได้หาข้อแก้ไข เรียนรู้ จะได้ไม่ผิดซ้ำซ้อน

-  ศัตรูที่แท้จริงของมนุษย์ ล้วนอยู่ในตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็น ความโกรธ, ความโลภ, ความอิจฉาริษยา เป็นต้น

-  เราเปลี่ยนนิสัยเด็กได้ภายใน ๗ วัน
    ใส่ความคิดเรื่อยๆ แต่งเพลง
    บอกตัวเองในทางบวกทุกเช้า ชีวิตเราจะเปลี่ยน

- การสร้างภูมิคุ้มกันต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา
  ต้องมีศีล และสมาธิ จะทำให้จิตสำนึกยกระดับขึ้น จนเจอ จิตเหนือสำนึก (Super Conscious Mind) เป็นจิตบริสุทธิ์ที่ทุกคนมี เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น   และจะรู้อะไรๆ ด้วยตนเอง

-  เมื่อเราฝึกสมาธิความจำจะดีขึ้น

-  การหยั่งรู้มาจากใจโดยตรง-อัลเบิร์ต ไอสไตน์

-  ผลงานของอาจารย์ ที่ร่อนลงดาวอังคาร มาจากการนั่งสมาธิ

-   การฝึึกสมาธิของชาวคริสต์คือการสวดมนต์ หลายศาสนาใช้การท่องไปเรื่อยๆ
วิธีการฝึกสมาธิหลายวิธี

- ป่าไม้ในประเทศไทยลดจาก ๘๐% เหลือ ๑๘% ของพื้นที่ในปัจจุบัน
  เราทำลายป่าไม้มากมายในช่วงที่ผ่านมา
   เราใช้พลังงานกันเยอะมาก
   ตอนนี้ CO2 ในอากาศ ๓๙๐ ppm แล้ว ถ้าถึง ๔๕๐ ppm จะถึงขั้นวิกฤติ
   ประมาณ ๕ ปี จะถึงจุดนั้น
   ทุกปีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น ๑ องศาเซลเซียส
   สิบปีข้างหน้า แม่น้ำโขงจะแห้งสนิท
   ธารน้ำแข็งจะเป็นต้นน้ำให้แม่น้ำใหญ่ๆ ต่างๆ
   หมีขาวอีกสิบปีจะสูญพันธุ์ เพราะไม่มีน้ำแข็ง
   น้ำทะเลขึ้น ๗ เมตร ภาคกลางจะหายหมด
   ประเทศไทยต้องย้ายเมืองหลวงแล้ว
  ๕ ปีเท่านั้น
  ต้องช่วยลดการใช้พลังงานทดแทน
  พลังงานแสงอาทิตย์, Biogas, พลังงานไฟฟ้าจากพลังลม

Leave a comment »

Hack Ur Mind#11: IQ EQ EE รู้จักกันดีแค่ไหน

  ค่ะ เมื่อวันพฟหัสที่ผ่านมา คาบ Hack Ur Mind ก้อมีเรื่องราวน่าสนใจเกิดขึ้นอีกแล้ว…

เรามีวิทยากรมาบรรยายค่ะ คือ อ.วรธนัท ธัญญหาร

อาจารย์เริ่มจากการให้เาลองบวกเลขกันดูค่ะ

ทำตามนี้นะคะ 1000 + 40 + 1000 + 30 + 1000 + 20 + 1000 + 10 =

ได้เท่าไหร่กันเอ่ย คนส่วนใหญ่ ถ้าคิดเร็วๆ มักจะได้คำตอบว่า 5000 กันทุกคนแหละ แต่จริงๆ แล้วมันต้องได้ 4100 ต้างหากหละ สิ่งที่เกิดขึนสามารถอธิบายได้นะคะว่าเป็นเพราะ สมองซีกซ้ายที่คิดเรื่องลอจิกอาจจะถูกสมองซีกขวาที่คิดเกี่ยวกับ pattern ครอบงำ นั่นคือ เราเห็นเลขเป็นพันๆ มาตลอดอะค่ะ มันก้อเรยพาลให้เราตอบอะไรที่เป็นพันๆ เช่น 5000 ออกไป ^___^

ต่อไปตามหัวข้อค่ะ IQ, EQ ,EE คุณรู้จักมันดีแค่ไหน ดูกันค่ะว่าแต่ละคำหมายถึงอะไร

IQ : Intelligence Quotient = (อายุความคิด / อายุจริงๆ ) * 100 ซึ่งอายุความคิดเราต้องได้จากกาทำแบบทดสอบนะคะ

EQ : Emotional Intelligence Quotient อันนี้ไม่มีตัวเลขบอกหรอกค่ะ มันเกี่ยวกับการรู้จักตนเอง และ ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

EE : Emotional Excellence เป็นความฉลาดในระดัยจิตค่ะ เราสามาถประเมินและพัฒนาตัวเราเองได้ จากการทำ LPI (Lepnard Personality Inventory) Holistic Model นะคะ

ให้ใส่เลข 1 – 5 ในแต่ละข้อโดยเลข 5 หมายถึงตรงกับเรามากที่สุดและเลข 1 หมายถึงตรงกับตัวเราน้อยที่สุด ห้ามใส่เลขซ้ำนะคะ

1 ช่างจินตนาการ ใจเย็น ระมัดระวัง  มนุษยสัมพันธ์ดี รวดเร็ว
2  อยากรู้อยากเห็น อ่อนโยน รอบคอบ แจ่มใส  เด็ดขาด
3  ชอบสิ่งใหม่ๆ  เป็นผู้ฟังที่ดี  แม่นยำ  มองโลกในแง่ดี  เน้นผลงาน
4 มีความคิดสร้างสรรค์ เรียบง่าย ทุ่มเทกับงาน  ตามผู้อื่น  มั่นใจ
5 เป็นเจ้าความคิด อดทน จริงจัง  อบอุ่น  ชอบความท้าทาย

  ทำเสร็จแล้วก้อรวมคะแนนในแต่ละ คอลัมน์ได้เลยค่ะ แล้วดูซิว่าคอลัมน์ไหนบ้างที่ได้คะแนนเกิน 16 บ้าง ผลเป็นดังนี้ค่ะ

1. Openness เปิดกว้าง รับความคิดใหม่ๆ ได้ง่าย สร้างสรรค์

2. Neutral ไม่ชอบความขัดแย้ง มีความเกรงใจ

3. Analytical มีมาตรฐานสูงใส่ใจกับข้อมูลมากมาาย

4. Relational เฮอา สนุกสนาน ชอบพูดคุยกับผู้อื่น

5. Decisive เน้นผลงานมากกว่าสิ่งอื่นใด ชอบวามเสี่ยงและ ความท้าทาย กล้าตัดสินใจ

สำหรักเกด เกดเป็นคนประเภท OR ค่ะ นั่นคือ Openness & Relational นั่นเอง รู้สึกว่าตรงแฮะ อิอิ ทำได้เหมือนแจนแจนด้วยน้าา กราฟรูปเดียวกันเป๊ะๆ จนแอบงงไปเรยย *____________*

หลังจากนั้นเราก้อได้ทำกิจกรรมกันค่ะ ได้อ่านเรื่องราวแล้วจับกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์ สนุกดีค่ะ แต่ที่เกดชอบมากๆๆๆๆ เรยก้อคือได้ดูหนังเกี่ยวกับสภาพการทำงานนี่แหละค่ะ รู้สึกว่าตรงมาก ดูแล้วฮาเรยอะ ถึงแม้ว่าภาษาอังกิดจาฟังยากไปหน่อยก้อตาม อิอิ สนุกๆ ชอบๆ

__________________________________________________________________

Leave a comment »

Hack Ur Mind # 10: All about presentations

 เกดว่าเพื่อนๆ ทุกๆ คนต้องเคยเจอ powerpoint น่าเบื่อๆ ที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ แน่ๆ เลย

- มีข้อความเยอะแยะเต็มไปหมด ดูแล้วงงสับสน หลังจากนั้นก็จมไปกับข้อมูล

- มี bullet เยอะมากๆ ทำให้ดูแล้วไม่น่าสนใจเท่่าไหร่

- มีชื่อคนทำทุกหน้า มีโลโก้ มีบอกด้วยว่าพูดภึงไหน แล้ว สุดท้าย เนื้อหาเหลือพื้นที่เล็กนิดเดียว

- พื้นหลังไม่สวย ดูแล้วรก มีแบบนี้ไม่มีดีกว่ามั้ยเนี่ย -*-

ค่ะดังนั้น คาบ hack ur mind เมื่อวันพฤหัสที่ 29 มกราคม 2552 เราเลยได้เรียนเรื่องการทำ presentation ให้น่าสนใจกันค่ะ วิธีการก้อไม่ยากเลยมีดังนี้ค่ะ

- Simple is the best ทำอะไรที่มันเรียบง่ายเข้าไว้ค่ะ ลองดูหน้าแรก google เป้นตัวอย่าง

- อย่าใช้ template มันไม่สร้างสรรค์อะค่ะ

- อย่าใช้ภาพ clipart เพราะว่ามันดูไม่ professional ซักนิดเดียว

- ใช้ปุ่ม b  ให้เป็นประโยชน์ เอาไว้เรียกความสนใจจากผู้ฟังค่ะ อันนี้เกดชอบมากกก

- ถ้ามีรูปคนประกอบเอาเนื้อหาไว้ในฝั่งที่คนหันหน้าเข้านะคะ

- ใช้ภาพสื่อความหมาย แทนการใช้ตัวอักษร คนจะจำได้ดีกว่าค่ะ

_____________________________________________

ต่อไป เป็นส่วนของวิทยากร คุณดำเกิง ไรวา วันนี้คุณดำเกิงได้พูดถึงข้อดี ของการนำเสนอด้วย mind map ค่ะ การใช้ mind map ในการนำเสนอมันมีข้อดีตรงที่ว่า เราสามารถเห็นการเชื่อมต่อของข้อมูลได้อย่างชัดเจน เห็นได้ว่าอะไรเป็นหัวข้อหลัก แล้ว มีหัวข้อย่อยใดบ้าง ซึ่งการลำดับเนื้อหาของทั้งผู้พูดและผู้ฟังก็จะทำได้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ

Leave a comment »

Hack UR Mind#9 : Millionaire Mind

       คาบที่ผ่านมาเรามีวิทยากรมาอีกแล้วค่ะ ^__^ วิทยากรของพวกเรา คือ อาจารย์ขวัญนภา ชูแสง ท่านเป็นคนจัดหลักสูตรให้ Boston Bright ด้วยนะคะ นอกจากนี้แล้วยังเป็นคนคิดค้นการออกเสียงภาษษอังกฤษได้อย่างเหมือน native speaker สุดๆ จริงๆนะคะ เกดลองมาแล้วเหมือนเลยค่ะ

ก่อนจะไปเรื่องภาษาท่านวิทยากรได้พูดเรื่อง นิสัยของเศรษฐ๊ก่อนค่ะ นั่นคือ ถ้าเราอยากเป็นเศรษฐีแล้วเราก็ต้องมีนิสัยแบบนั้นด้วย นอกจากนี้ เพื่อนๆ รู้มั้ยคะว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่เราทำในชีวิตประจำวัน มันเกิดมาจาก จิตให้สำนึกมากถึง 93% ซึ่งมันเยอะๆมากๆ เลย แปลว่าเราปล่อยให้จิตใตสำนึกมัน Drive เราอยู่ ซึ่งไม่ดีค่ะ ต้องเปลี่ยนใหม่ สิ่งที่เราควรจะทำคือ คิดในแง่บวกเข้าไว้ มี afiirmation อยู่เสมอ คิดดีๆ สิ่งดีๆก้อจะเข้ามาหาเรา ตามกฎของแรงดึงดูโ หรือ LAw of Attraction นั่นเองค่ะ

   อาจารย์ยังได้แนะนำเคล็ดลับการจัดการเงินในมือเราด้วยนะคะ เป็นวิธีง่ายๆ ที่เกดก้อเริ่มลองทำแล้วเหมือนกัน เป็นวิธีซึ่งช่วยให้เรารู้จักใช้เงินอย่างถูกต้อง และ ทำให้รายรับมากกว่ารายจ่าย ทำตามนี้เลยค่ะ

- เราต้องมีกล่องทั้งหมด 6 กล่อง ดังนี้

1. Play แบ่ง 10% ของเงินออกมา เพื่อใช้ในการเล่น ความสุขส่วนตัว เช่นดูหนัง ฟังเพลง

2. Education แบ่ง 10% ของเงินออกมา เพื่อใช้สำหรับการศึกษา แอันนี้เป็นการศึกษาในรูปแบบไหนก้อได้ แล้วแต่เลย

3. Long term Success saving ชึ่งก้อยังคงเป็น 10% อยู่ เพื่อใช้เก็บสำหรับสิ่งทีอยากได้ เช่น บ้าน รถ

4. Investment  แบ่ง 10% ของเงินออกมา เพื่อใช้สำหรับลงทุน

5. Donate อันนี้แบ่งเพียงแค่ 5% เองค่ะ ใช้ในการทำบุญ สร้างกุศลให้ตัวเราเอง

6. สุดท้ายแล้ว ที่เหลือทั้งหมดเลย คือ Daily Expense ใช้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวค่ะ

อาจารย์ให้ลองทำสองเดือน แล้วลองโทรไปคุยกับอาจารย์ดูว่าได้ผลยังงัย ซึ่งเกดก้อเริ่มแล้วค่ะ ^__^

สุดท้ายเป็นเรื่องการออกเสียงภาษาอังกิด ที่ว้าไปตั้งแต่เริ่มนั่นแหละค่ะ เทคนิค คือ แปลงเป็นภาษษไทยก่อน แล้วค่อยออกเสียง แต่ต้องอ่านแบบยังไม่มีตัวสะกดนะคะ เพื่อที่จะเอาตัวสะกดเนี่ย ไปเชื่อมกับคำต่อไป อันนี้ต้องลองค่ะ เหมือนฝรั่งมาก จริงๆ นอกจากนี้ค่ะ เรายังต้องคำนึงถึง น้ำเสียงในการพูดด้วยน้าา เพราะว่าคำๆเดียวกัน อาจมีความหมายแตกต่างกันได้ อันนี้ต้องใส่อารมณ์นิดนึงค่ะ เวลาพูด

สุดท้าย ต้องขอขอบคุณอาจารย์ธงชัย และ อาจารย์ขวัญนภามากๆ ค่ะ เกดได้ความรู้มากๆ เลย สามารถนำไปใช้ได้จริงๆ ด้วย ขอบคุณค่ะ

Leave a comment »

Hack Your Mind#8: จำ จำ จำ

      สวัสดีค่ะ ครั้งนี้เราได้เรียนเรื่องความจำ และ เทคนิคในการจำกันค่ะ คาบเรียนนี้เราแบ่งการสอนออกเป็น 2 ส่วนนะคะ ดังนั้นเราก้อเลยมีผู้บรรยาย 2 คนด้วยกัน คนแรกก้อคือ อาจารย์ธงชัยนั่นเองค่ะ ส่วนคนที่สอง คือ พี่ป๋วยค่ะ

    ส่วนแรก อาจารย์ธงชัย สอนเทคนิคการจำ 2 วิธีค่ะ วิธีแรก คือการใช้หมุด หรือ ตะขอช่วยในการจำ วิธีการเป็นแบบนี้ค่ะ เราต้องมีตะขอก่อนที่ใช้แทนลำดับของสิ่งของค่ะ ถ้ายังงง ไปดูตัวอย่างดีกว่า

1. ต้นไม้สูงๆๆๆๆๆเสียดฟ้า

2. นก

3. พีรามิด

4. รถยนต์

5. ปลาดาว

6. ปืน

7. 7-11

8. ตุ๊กตาหิมะ

9. แมว

10. ถุงมือ

11. ตะเกียบ

12. ไข่

13. ลิฟต์

14. กุหลาบ

15. ปฏิทิน

     ทีนี้เราต้องจำตะขอของเราให้แม่นๆๆ เลยนะคะ จากนั้น ถ้าเราจะจำอะไร ก้อจินตนาการถึงของสิ่งน้ันค่ะ แต่ต้องนึกให้มันติดกับตะขอของเราไปด้วย เช่น ถ้าจะจำ กระเป๋า  นาฬิกา ให้เรียงตามลำดับ ก้อจินตนาการว่า มีกระเป๋าแขวนอยู่บนต้นไม้สูงๆ แล้วก้อจำต่อไปว่า นกของเรากำลังบินคาบนาฬิกาไปบนฟ้า ต้องจินตนาการถึงอะไรที่มันชัดๆ ด้วยนะคะ ใส่สี ใส่ความเคลื่อนไหวเข้าไป จะจำได้ง่ายขึ้นอันนี้เป็นผลมาจากสิ่งที่เรียกว่า visualization  ค่ะ วิธีนี้work มากมาย เกดลองแล้ว ชอบมากๆเรย

     วิธีที่สอง เรียกว่า roman room system อันนี้เราต้องมีเส้นทางที่เราคุ้นเคย และ จำได้ขึ้นใจก่อนนะคะ เช่น ของเราก้อต้องเป็นตึกสี่นั่นเอง อันนี้คล้ายกับวิธีแรกค่ะ แต่เราเปลี่ยนตะขอหรือหมุดของเราเป็นสถานที่แทน เช่น ไปตึกสี่เจอลานจอดรถก่อน ก็ให้ลานจอดรถไปที่แรก แล้วต่อมาก้อเป็นลานหน้าลิฟท์ จำไปเรื่อยๆ จนถึงชั้น 20 อันนี้จะทำให้เราไม่ต้องไปจำหมุดเรียงตามลำดับมาก่อนค่ะ แต่เกดใช้วิธีนี้แล้วสับสนมากๆ อะ เพราะ เกดจำที่สลับกัน แต่อันนี้แล้วแต่คนนะคะ ชอบแบบไหนก้อใช้แบบนั้นค่ะ

      ส่วนที่สองเป็นของ พี่ป๋วย ค่ะ ส่วนนี้พี่ป๋วยจะช่วยสอนวิธีจำเบอร์โทรศัพท์ที่ยาวๆ และ เทคนิคในการจำหน้าคน

ก่อนอื่นเรามาจำเบอร์กันก่อนค่ะ เราต้องเปลี่ยนเบอร์ต่างๆ เป็นตัวอักษรไทยก่อน เป็นแบบนี้ค่ะ

0 = อ
1 = ว ร
2 = ข ง
3 = ต ผ ฝ พ ฟ ฒ
4 =  ส ษ ศ ซ
5 = บ
6 = ห
7 = จ
8 = ป
9 = ก

 เมื่อจำได้แล้ว เราก้อนำตัวเลขที่จะจำมาแปลงเป็นตัวอักษร เพื่อที่จะทำเป็นคำ แล้วแต่งเป็นประโยคให้จำง่ายค่ะ เช่น เกดตาลกินอาหารวุ่นวายจิง 089-3906227 ประมานนี้ค่ะ เราจำเป็นประโยคที่ทีความเชื่อมโยงก้อย่อมง่ายกว่าจำเป็นเลข ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกันจิงมั้ยคะ ^_^

Leave a comment »

Hack Ur Mind#7 : สื่อสารอย่างไรให้คนรัก

      คาบที่แล้วเรามีวิทยากรมาให้คำแนะนำเรื่องการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพค่ะ วิทยากรที่น่ารักของเราคือ พี่แจงนั่นเอง พี่แจงทำงานอยู่ที่ AIA ค่ะ แล้วก็เป็นวิทยากร บรรยายเรื่องการสื่อสารด้วย วันนั้น พี่แจงมาพร้อมกับพี่ๆ ในทีมมากมายหลายคนเลยค่ะ พวกเราเลยได้ทำกิจกรรมดีดี กันซะหลายกิจกรรม เกดขอเล่าทีละกิจกรรมเลยละกันค่ะ

อยู่ตรงนั้น กิจกรรมนี้เราต้องนั่งจับคู่ หันหน้าเข้าหากัน แล้วหลับตา นึกว่าเราอยู่ตรงนั้น หมายความว่าเราต้องรู้สึกว่าเราอยู่ตงนั้นจริงๆ ไม่ได้วอกแวกไปไหน

การเผชิญหน้า  หันหน้าเข้าหากันเหมือนเดิมค่ะ แต่คราวนี้ลืมตาแล้ว เราต้องแบ่งกันเป็นโค้ชกับเป็นนักเรียนค่ะ โค้ชจะคอยดูว่านักเรียน เหม่อลอยมั้ย วอกแวกหันไปทางอื่น นั่งยุกยิกไปมา รึป่าว ประมานนี้ค่ะ ถ้าเรสทำไม่ดีโค้ชจะคอยเตือนเราค่ะ

การเผชิญหน้าที่มีการยั่วแหย่  อันนี้คล้ายๆเดิมค่ะ แต่เราจะได้รับการยุแหย่ด้วยคำพูด จากโค้ช สิ่งที่เราต้องทำคือ นั่งอยู่ตรงนั้นเฉยๆ อย่าไปหัวเราะ เถียง หรือ มีปฏิกิริยาตอบโต้ ถ้าเราหลุด โค้ชจะเตือนเราเหมือนเดิมค่ะ

การส่งสารให้ถึงผู้รับ คราวนี่เราจะมีกระดาษอยู่ 1 แผ่น ในนั้นจะประกอบด้วย ประโยคต่างๆ ค่ะ สิ่งที่เราต้องทำ คือ พูดประโยคเหล่านั้น ออกไปให้โค้ชฟัง โดยเราต้องทำเสียงให้สมจริงและสอดคล่องกับเนื้อความของประโยคนั้นมากที่สุด

การตอบรับ  อันนี้เราต้องฝึกตอบรับค่ะ ให้ดูน่าฟังและสอดคล้องกับประโยคที่เราได้ยินมา อันนี้เกดรู้สึกว่าอยากค่ะ เพราะว่านึกไม่ทัน ม่ายรุจาตอบอาราย บางทีมันก็เป็ยประโยตบอกเล่าะรรมดาๆ นี่นา อิอิ แต่ก็สนุกดีค่ะ ได้ฝึก

จบคาบนี้ด้วยความสนุกสนานของเพื่อนๆ ก็ต้องขอขอบคุณพี่แจง พี่ๆ ทีมงาน และอาจารย์ธงชัยมากๆ ค่ะ ที่ได้นำกิจกรรมดีๆ มีประโยชน์มาให้พวกเราได้ฟัง ได้ฝึกกัน 

……

Leave a comment »

Hack Your Mind #6: ปลุกยักษ์

      รู้กันมั้ยคะ ว่ามนุษย์เรานั้น จริงๆ แล้ว ใช้ความามารถที่ตัวเองมีอยู่แค่ 7% เท่านั้นเอง!!!! แล้วความสามารถที่เหลือล่ะ เอาไปไว้ที่ไหนกันเนี่ยย น่าเสียดายจังเรยย คำถามที่ตามมาก้อคือ เราจะดึงเอาความสามารถที่เหลืออยู่ภายในตัวเรา หรือ inner potential ออกมาใช้ได้ยังงัย

ห่ออื่นค่ะ เราต้องรู้จักตัวเองให้ดีๆก่อน ทำตามนี้ค่ะ RPM อ่า..ตัวอักษร สามตัว มันย่อมาจากอะไร ดูตามนี้เรยค่าา

R: Result อย่างแรกเราต้องรู้ก่อนเรยคะ ว่าเราต้องการอะไร อยากเป็นอยากได้ะไร หรือพุดง่ายๆ ก้อคือ What นั่นเอง

P: Purpose ตัวต่อมา ก็คือ ต้องรู้ว่าทำไมหละเราถึงอยากได้ อยากเป็นแบบนั้น เราต้องมีเหตุผลของตัวเองด้วยค่ะ นอกจากนั้น สิ่งที่เราอยากได้ ยากเป็นนั้นส่งผลต้อตัวเรายังงัยบ้าง อันนี้ก็สำคัญน้าา ถ้าจะให็พูดง่ายๆ ตัว p นี้ก้อเหมือนกับ why ค่ะ

M: Massive Action Plan ตัวสุดท้ายค่ะ เมื่อเรารู้ what & why เรียบร้อยแล้ว เราก้อต้องมาพิจารณากันว่าเราควรทำอะไร ยังงัยบ้าง เพื่อให้ได้มาภึงส่งที่เราต้องการ ต้องมีการวางแผนกันนิดนึงนั่นเองค่า อันนี้ก็เปรียบเสมือน How นั่นเอง

ต่อมาค่ะ เราได้รู้จักกับ skill ที่จะทำให้เราสามารถประสบความสำเร็จได้   skill ที่เราควรจะมีมีดังนี้ค่ะ Personal Skill และ People skill ขออธิบายสั้นๆ ละกันนะคะ personal skill ก้อคือ เราต้องรู้จักตัวเอง รู้ว่าตัวเองมีความสามารถที่โดดเด่นเรื่องอะไร และ ต้องรู้ว่าเรามีจุดอ่อนอันไหนที่มันไปบดบังความสามารถด้านอื่นๆ ของเรา ส่วน people skill  คือ เราต้องมีความสามารถในการติดต่อสื่อสาร มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เราต้องสามารถโน้วน้าวใจคนได้ ประมานนั้นค่ะ

      อ่อ เกดลืมบอกไปว่า คาบนี้เรามีวิทยากร 2 ท่านค่ะ ท่านแรก คือ คุณสิริลักษณ์ ตันสิริ และอีกท่านคือ พี่พิน (ไม่ทราบชื่อจริงอ่า -*-)  ส่วนแรกที่เกดพูดภึงก็คือ ส่วนของคุณสิริลักษณ์ค่ะ ส่วนที่สองนั้น พูดภึงการทำชีวิตของเราให้สมดุล นั่นคือ นอกจากที่เราจะประสบความสำเร็จแล้ว เราต้องทำให้ชีวิตของเรามีความสุขด้วย อันนี้ก็เป็นส่วนที่สำคัญมากๆนะคะ พี่พินสอนหลายๆอย่างค่ะ สรุปดดยรวมแล้ว คล้ายกับสิ่งที่อาจารย์ศุภวรรณสอนมากๆ ค่ะ วิธีจัดการกับ ความคิด ความจำ และ ความรู้สึกของตัวเอง ทำให้เราอยู่ในสภาวะที่ปกติ ประมาณนั้นเรยค่า

คาบนี้สนุกดีค่ะ ต้องขอขอบคุณอาจารย์ธงชัย และวิทยากรทั้งสองท่านมากๆ ค่ะ ^__^

Leave a comment »

Hack Your Mind#5: เรื่องราวของรูปภาพ

     อันนี้เป้นคาบเรียนวันที่ 11 พ.ย. นะคะ คาบนี้อาจารย์ธงชัยสอนเองค่ะ

เริ่มจาก วาดรูปสัญลักษณ์ที่ใช้แทนตัวเองค่ะ สัญลักษณ์ของเกดคือ รูปเด็กยิ้มกว้างๆ ค่ะ รูปนี้เลย อิอิ น่ารักเนอะ

gade

คาบนี้เราเน้นการใช้ภาพแทนสิ่งต่างๆ ค่ะ เช่นการ์ตูนล้อการเมือง ที่ใช้เกมส์ OX มาสื่อความหมาย อาจารย์เอาตัวอย่างมาให้ดูด้วยค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีรูปแปลกๆ ที่โด่งดังด้วย สวยมากๆเลยค่ะ ข้อดีของการใช้รูปภาพ นอกจากจะทำให้เข้าใจได้ง่ายแล้ว ยังสามารถสื่อแทนภาษาต่างๆ ได้ดีมากๆ ด้วยค่ะ

จากนั้นเราก็มาฝึกสมองซีกขวากัน กิจกรรมนี้เรียกว่า “Free Assocoation” ให้นึกถึงสิ่งต่างๆ แล้วเขียนออกมาให้ได้มากที่สุด เรานึกถึง กรุงเทพฯ ค่ะ เกดเขียนได้ประมาน 40 อย่าง เช่น สนามหลวง วัดพระแก้ว รถติดๆ แม่น้ำเจ้าพระยา BTS MRT จุฬา สวนลุม และอื่นๆ อีกเยอะค่ะ

สุดท้ายเราได้ ทำ mind map กลุ่มกันค่ะ กลุ่มของเราประกอบด้วย เกด แจ๋ แจน เอย ค่า เราทำเรื่อง ภาควิชา วิศวคอม ค่ะ

dsc00839

dsc00840

Leave a comment »