Archive for February, 2009

Request for Comment

1. ท่านชอบการบรรยายของวิทยากรรับเชิญท่านใดมากที่สุด โปรดให้เหตุผล

ชอบการบรรยายของ ดร. อาจอง มากที่สุดค่ะ เหตุผลที่ชอบคือ เกดมีความสนใจในเรื่องการฝึกจิต เจริญสติ และ ปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว ซึ่งดร.อาจองก็พูดถึงเรื่องนี้พอดี เกดชอบและประทับใจเรื่องการฝึกสมาธิโดยใช้แสงสว่างมากๆ เลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าทำแล้วจิตใจสงบ สมองโปร่ง และ เกิดความคิดดีๆ และมีความต้องการที่มองโลกในแง่ดีๆมากขึ้น นอกจากเกดสนใจในเรื่องนี้แล้ว ยังประทับใจที่ท่านวิทยากรเป็นคนที่มีความรู้มาก  รู้รอบทุกด้าน เป็นคนเก่ง และเป็นคนดี ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เป็นคยพอเพียงจริงๆ นิทานทุกๆ เรื่องที่ท่านสอนเข้าใจได้ง่ายทั้งที่เรื่องนั้นๆเป็นเรื่องที่สอนยาก ซึ่งนิทานแต่ละเรื่องสอนคนได้ดีมากๆ เลย เกดชอบนิทานเรื่องเศรษฐีกับภรรยา 5 คนแล้วก้อนิทานเรื่องคุณยายหาเข็มตรงที่มีแสงสว่างไม่ใช่ในที่ๆ ทำตก มากเลยค่ะ รู้สึกว่าคาบเรียนในวันนั้นเป็นคาบที่ได้ทั้งความรู้หลายๆอย่าง ได้ทั้งความสุขใจ เรียกได้ว่าเป็นคาบเรียนที่สมบูรณ์แบบเลยค่ะ ตอนนี้เกดยกให้ดร.อาจอง เป็นคนที่เกดประทับใจที่สุดเลยแล้วเกดก็ยกให้ท่านเป็น Role Model ของเกดไปเรียบร้อยแล้ว  

2. ท่านชอบเนื้อหาการบรรยายของ อ. ธงชัย เรื่องใดมากที่สุด โปรดให้เหตุผล

ชอบเนื้อหาการบรรยายของอาจารย์ธงชัยเรื่องการฝึกความจำมากที่สุดค่ะ เพราะเป็นเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้เลย ไม่ต้องใช้เวลาฝึกฝนมากมายเกดชอบเทคนิคการใช้เป๊ก หรือ ตะขอเกี่ยวค่ะ เพราทำให้เกดสามารถเรียงลำดับและจำสิ่งของได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆ ที่ก่อนที่จะได้เรียนไม่เคยมีความสามารถในเรื่องความจำมาก่อนเลย นอกจากนี้การฝึกความจำยังทำให้เกดได้ฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์ไปด้วยในตัว เพราะว่าเวลาจะจำของเกดต้องนึกภาพเรื่องราวต่างๆ ให้สัมพันธ์กับเป๊ก รู้สึกสนุกมากที่ได้เรียนรู้เรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้มมาก่อนเลยว่าคนที่เค้าจำกันเก่งๆ มีเคล็ดลับแบบนี้นั่นเอง  

3. โปรดเลือกสามหัวข้อที่ท่านต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือสนใจเป็นพิเศษ โดยเรียงตามลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด และให้เหตุผลประกอบ

การเจริญสติ สมาธิ  สนใจเรื่องนี้มากที่สุดเพราะโดยพื้นฐานเกดเป็นคนใจร้อนอยู่แล้ว หลังจากได้ฝึกเจริญสติ และ สมาธิมาซักพัก ทำให้ใจเย็นลงมากๆ และ ป็นคนที่มีเหตุผลมากขึ้น คิดก่อนพูด คิดก่อนทำมากขึ้น  ซึ่งเกดคิดว่าถ้าฝึกฝนไปเรื่อยๆ เกดจะสามารถพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

การบริหารเงินส่วนบุคคล เนื่องจากกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยของการทำงาน ไม่ใช่นิสิตอีกต่อไป ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองมากขึ้น ความรับผผิดชอบของเกดต้องเพิ่มขึ้นทุกๆด้าน รวมถึงเรื่องการเงินด้วย ดังนั้นความรู้เรื่องการบริหารการเงินส่วนบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญแลจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ เพื่อให้สามารถบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธืภาพ สามารถจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนได้ และ ใช้เงินได้เกิดประโยชน์สูงสุด

การนำเสนอ เกดคิดว่าความสามารถในการนำเสนอเป็น Key factor อย่างหนึ่งที่จะนำซึ่งความก้าวหน้าในชีวิตการทำงาน ความรู้ทางด้านเทคนิอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะในชีวิตการทำงานเราจำเป็นต้องสื่อสาร และนำเสนองานของเราให้กับเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ลูกค้า หากเรามีความสามารถด้านการนำเสนอที่ดีเราก็จะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการงานได้มากขึ้น

4. ท่านได้นำสิ่งที่ได้จากการเรียนวิชานี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง

  • - การเรียนวิชานี้ทำให้ได้ฝึกทักษะที่ไม่เกี่ยวข้องกับความรู้ด้านเทคนิคเลย แต่ทำให้ได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • - ได้พัฒนาความสามารถให้มองโลกในมุมบวก คิดถึงแต่เรื่องดีๆ ตามแนวคิดกฎแห่งการดึงดูด และรู้จักการสร้างแรงับนดาลใจให้กับตัวเอง
  • - ได้เทคนิคต่างๆ ในการฝึกฝน และพัฒนาความจำของตนเอง
  • - ได้ความรู้เรื่องการบริหารการเงิน แนวคิดการออมเงินให้เป็นเศรษฐี
  • - ไดรู้จักตนเองเพื่มมากขึ้น รู้ว่าเป็นคนประเภทไหน ควรฝึกฝนพัฒนาเรื่องใดเพิ่มขึ้นอีก และควรปรับตัวให้เข้ากับคนประเภทอื่นๆ ได้อย่างไร
  • - ได้รับความรู้จากวิทยากรหลายๆท่าน ที่สอนให้รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง ได้ฝึกพัฒนาจิตและสติ

 

5. ท่านคิดว่าควรมีการสอบทักษะของเล่นที่ใช้ความคล่องแคล่วของมือหรือไม่ โปรดเลือกคำตอบและให้เหตุผลประกอบ

เกดคิดว่า มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ เพราะของเล่นที่ต้องใช้ทักษะนั้น การจะเล่นได้หรือไม่ได้อยู่ที่การฝึกฝนค่ะ ซึ่งของเล่นแต่ละชนิดนั้นก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนค่อนข้างมาก เทอมนี้มีเพื่อนหลายคนที่ว่างมากๆ ไม่ได้ลงเรียนมากนัก เวลาก็จะมากทำให้มีเวลาว่างมากพอที่จะฝึกทักษะ และก็มีเพื่อนอีกหลายคนเช่นเดียวกันที่ลงเรียนเยอะเพราะเป็นเทอมสุดท้ายที่จะสามารถเก็บเกี่ยวความรู้ในเรื่องที่สนใจได้ ทำให้ไม่มีเวลามากพอที่จะฝึกฝน  ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่เกดคิดว่ายอมรับได้ค่ะ ซึ่งเกดคิดว่าถ้าจะมีการสอบก็ควรเป็นการเล่นเพื่อการฝึกทักษะ หรือเป็นการแสดงความสามารถเล็กๆน้อยๆ ให้เพื่อนๆ ดูเพื่อความสนุกสนาน แต่ไม่ควรมีความเครียดหรือความกดดันจากคะแนนค่ะ

6. ท่านต้องการให้วิทยากรด้านใดมาบรรยายเพิ่มเติม โปรดเสนอชื่อวิทยากรหรือเนื้อหาที่ต้องการ

อยากให้เชิญ คุณมนตรี ฐิรโฆไท  ท่านเป็นผู้ก่อตั้งโครงการ New Investor Programs หรือ NIPs ที่เพื่อนๆ หลายคนได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการค่ะ ท่านเป็นคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการเงิน และ การลงทุนค่ะ นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับต่างๆ ที่สามารถนำมาในการบริหารการเงินส่วนบุคคลได้ดีมากๆเลยค่ะ นอกจากนี้ท่านยังมีความสามารถในการถ่ายทอดประสบการณ์ และ ความรู้ได้สนุกสนานและเข้าใจง่ายอีกด้วยค่ะ  

7. โปรดตั้งคำถามและคำตอบหนึ่งข้อเสมือนว่าท่านเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชานี้

ให้ท่านให้ข้อเสนอแนะสำหรับวิชานี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด?

  • - มีการไปทัศนศึกษานอกสถานที่ อาจจะไปปฏิบัติธรรมที่ยุวพุทธิกสมาคม เพื่อฝึกฝนการเจริญสติและสมาธิ หรือไปเที่ยวชมโรงเรียนสัตยาไสย ของ ดร.อาจอง เพื่อเปิดหูเปิดตา และมีจิตสำนึกในการรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • - หาแรงจูงใจในการให้เพื่อนๆ เข้าห้องเรียนให้ตรงเวลามากขึ้นทั้งตอนเริ่มเรียนและหลังจากพัก เช่น เช็คชื่อพร้อมลงเวลาการเข้าห้อง
  • - ให้ทุกๆคนมีส่วนร่วมในคลาสมากขึ้น อาจจะเป็นการยกมือแสดงความคิดเห็น ถามคำถาม หรือ พูดขอบคุณวิทยากร

Leave a comment »

Hach Ur Mind #11 : การฝึกจิตเพื่อความสุขที่ยั่งยืน

สวัสดีค่ะ คาบที่แล้วพวกเราได้ฟังการบรรยายที่ดีมากๆ เกดประทับใจที่สุดในโลกเลยแหละ วิทยากรที่ใจดีมาบรรยายให้พวกเรา ท่านคือ ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นั่นเองค่ะ ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก น่าเคารพนับถือ สุดๆเลยค่ะ

 getattachment

เราเริ่มจากการสวดมนต์เป็นเพลงก่อนเลยค่ะ เพื่อระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย

 เกดขอสรุปเรื่องราวทีละอย่างละกันนะคะ

- ฉัน ต้องการ ความสุข
  ตัด ฉัน และ ต้องการ ออก ก็จะเหลือแต่ความสุข
  ง่ายไหมครับ
  ฉัน คือ ตัวกู ของกู
  แทนที่คิดถึงตัวฉัน เป็นเรา ตัด I เป็น We
   ต้องการ โดยเฉพาะเด็กๆ ต้องลดเรื่องนี้ให้ได้
  การตลาดจะมุ่งเยาวชนเป็นหลัก
  ต้องการมาก ก็ผิดหวังมาก
  ต้องการน้อย ก็ผิดหวังน้อย
   ไม่ต้องการเลย ก็ไม่ผิดหวังเลย

- เล่านิทานคุณยายหาเข็มเย็บผ้า ที่เข็มตกในห้องที่มืด แต่ไปหาในที่มีแสง จะเจอไหมครับ
  ความสุขหายไปจากใจ ต้องกลับมาหาที่ใจครับ

- มาศึกษาเกี่ยวกับตัวเราเอง
   พูดเรื่องการเรียนรู้
   ท่านอาจารย์เรียนครูตอนอายุ ๖๐ ปี
   แสดงว่า พวกเราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา
    การเรียนรู้ เราจะใช้อะไรเป็นหลัก
    อเมริกา ใช้ Brian base learning ทำให้คนเป็นคนเก่ง
   คนเก่งจะต้องใช้การเชื่อมโยงเซล

- มนุษย์ เจ้าจงรู้จักตัวเอง
   การเรียนรู้เริ่มจากการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม แล้วเก็บไว้ในจิตใต้สำนึกของเรา

-  หากอยากมีความสุขต้องควบคุมประสาทสัมผัสทั้งห้า
   ตา รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่เรามองเห็นความเลว เพราะความเลวอยู่ในจิตใจเราเอง
   หู รับการสั่นสะเทือนของอากาศ แต่เราได้ยินบางเรื่องแล้วโกรธ เพราะเราตีความไปเอง เป็นแค่การสั่นสะเทือนของอากาศ

- การตีความ
   เราเห็น ฟังสิ่งเดียวกัน ตีความต่างกัน
   ขึ้นอยู่ว่าเรามีอะไรในจิตใต้สำนึกของเรา
   เราบันทึกข้อมูลอะไรในจิตใต้สำนึก

- ดังนั้นก่อนเราจะมีปฏิกิริยา ต้องตั้งคำถามต่อตัวเอง
  1. ข้อมูลนี้ดีต่อตัวเราไหม?
  2. ข้อมูลนี้ดีต่อทุกคนไหม?
  เราเรียกการทำแบบนี้ว่าใช้วิจารณญาณ

- นี่เป็นวิธีการเปลี่ยนตัวเอง ต้องใส่โปรแกรมให้ตัวเราเอง ใส่ในจิตใต้สำนึกของเรา
   ตื่นตอนเช้ายิ้ม วันนี้เรามีปัญหาให้แก้ไข จะได้เรียนรู้และประสพความสำเร็จ
   เราคิดอย่างไร เราก็จะเป็นคนแบบนั้น

-  จิตใต้สำนึกควบคุมสมองตลอด ๒๔ ชั่วโมง
    เช่น เราบ่นว่าปวดหัวบ่อยๆ เข้า เราจะปวดหัว, เด็กบ่นปวดท้องทุกวัน เด็กจะปวดท้องเพราะจิตใต้สำนึกบอกว่า เด็กคนนี้อยากปวดท้อง ในแง่จิตวิตยา ความคิดสำคัญมาก

- ใครด่าเรา ให้เราคิดในใจว่า ขอบใจที่ทดสอบเรา ให้อดทน รู้จักควบคุมตัวเอง
  จะได้หาข้อแก้ไข เรียนรู้ จะได้ไม่ผิดซ้ำซ้อน

-  ศัตรูที่แท้จริงของมนุษย์ ล้วนอยู่ในตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็น ความโกรธ, ความโลภ, ความอิจฉาริษยา เป็นต้น

-  เราเปลี่ยนนิสัยเด็กได้ภายใน ๗ วัน
    ใส่ความคิดเรื่อยๆ แต่งเพลง
    บอกตัวเองในทางบวกทุกเช้า ชีวิตเราจะเปลี่ยน

- การสร้างภูมิคุ้มกันต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา
  ต้องมีศีล และสมาธิ จะทำให้จิตสำนึกยกระดับขึ้น จนเจอ จิตเหนือสำนึก (Super Conscious Mind) เป็นจิตบริสุทธิ์ที่ทุกคนมี เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น   และจะรู้อะไรๆ ด้วยตนเอง

-  เมื่อเราฝึกสมาธิความจำจะดีขึ้น

-  การหยั่งรู้มาจากใจโดยตรง-อัลเบิร์ต ไอสไตน์

-  ผลงานของอาจารย์ ที่ร่อนลงดาวอังคาร มาจากการนั่งสมาธิ

-   การฝึึกสมาธิของชาวคริสต์คือการสวดมนต์ หลายศาสนาใช้การท่องไปเรื่อยๆ
วิธีการฝึกสมาธิหลายวิธี

- ป่าไม้ในประเทศไทยลดจาก ๘๐% เหลือ ๑๘% ของพื้นที่ในปัจจุบัน
  เราทำลายป่าไม้มากมายในช่วงที่ผ่านมา
   เราใช้พลังงานกันเยอะมาก
   ตอนนี้ CO2 ในอากาศ ๓๙๐ ppm แล้ว ถ้าถึง ๔๕๐ ppm จะถึงขั้นวิกฤติ
   ประมาณ ๕ ปี จะถึงจุดนั้น
   ทุกปีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น ๑ องศาเซลเซียส
   สิบปีข้างหน้า แม่น้ำโขงจะแห้งสนิท
   ธารน้ำแข็งจะเป็นต้นน้ำให้แม่น้ำใหญ่ๆ ต่างๆ
   หมีขาวอีกสิบปีจะสูญพันธุ์ เพราะไม่มีน้ำแข็ง
   น้ำทะเลขึ้น ๗ เมตร ภาคกลางจะหายหมด
   ประเทศไทยต้องย้ายเมืองหลวงแล้ว
  ๕ ปีเท่านั้น
  ต้องช่วยลดการใช้พลังงานทดแทน
  พลังงานแสงอาทิตย์, Biogas, พลังงานไฟฟ้าจากพลังลม

Leave a comment »

Niagara Falls

มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เป็นธรรมชาติมาแนะนำกันอีกแล้วค่ะ วันนี้เป็น Niagara Falls อยู่ที่รัฐ Neew York อเมริกาค่ะ น้ำตกที่นี่สยขึ้นชื่อลือชามาตั้งนานแล้ว เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยแหละ จริงๆ แล้วมันมีน้ำตก 2 ฝั่งอะค่ะ คือ ฝั่งเมริกา กับฝั่งแคนาดา เค้ามีชื่อเรียกด้วยนะคะ ว่า American Falls , Horseshoes falls ตามลำดับ (เข้าจัยถูกป่าวหว่า เอ๊ะเริ่มงง -*-) 

 niagara-falls

แต่ถ้าใครได้มีโอกาสไปแล้วละก้อ ที่พลาดไม่ได้เลยคือ การนั่งเรือเพื่อที่จะได้เข้าไปใกล้ชิด และ ชื่นชมกับน้ำตก เรือลำนี้มีชื่อว่า maid of the mist ค่ะ ราคาค่าขึ้นชมก้อไม่แพงมากจนเกินไป ประมาณ 12 เหรียญเท่านั้น ถือว่าคุ้มค่าอะค่ะ

maid-of-the-mist

หน้าตาเรือเป็นประมาณนี้แหละค่ะ ลำใหญ่ๆ แน่นอนว่าทุกคนขึ้นไปต้องเปียก ดังนั้น เค้าเลยมีบริการเสื้อกันฝนแจก แต่ก้อยังเปียกนิดๆ หน่อยๆ อยู่ดีแหละค่ะ สนุกดี เกดชอบมากมายอะ รู้สึกว่าธรรมชาติที่นั่นสวยมากๆ ยิ่งตอนกลางมีแสง สีสวยๆ ส่องมาจากน้ำตกอย่างพร้อมเพรียงทั้งจากฝั่งอเมริกา และ แคนดา ด้วยแล้วนะ ยิ่งสวยใหญ่เลย

Leave a comment »

DQ Gril & Chill

ร้านนี้พึ่งมีโอกาสได้ไปดินมาเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ เห็นเปิดมาตั้งนานแล้ววว อยู่ที่ Siam Center ตรงใกล้ๆ กับลานน้ำพุที่ติดกับสยามพารากอน นั่นเอง ไม่ไกลเรย วันนั้ไปกินกะ แจ่แจ๋ และคุณวุด ด้วคำแนะนำจากแจ่แจ๋นั่นเอง

บรรยากาศโอเคเลยค่ะ สมกับชื่อร้านดี เอาไว้นั่งเล่นๆกับเพื่อนๆ ได้ อาหารเป็นสไตล์อเมริกันสุดๆ ร้ายก้อบรรยากาศอเมริกันจ๋าแบบนั้นเลยอะ  ส่วนอาหารที่เรากินกัน แน่นอน ต้องเป็น junk food อิอิ ไปดูกันค่ะ

เริ่มจาก logo ของร้าน จริงๆ มันก้อคือร้านไอติมที่เรารู้จักกันดีอะแหละ แต่ร้านนี้มีการขาาย junkfood เสริมเข้าไปด้วย

dq-logo

เกดสั่ง …….จำชื่อมะได้อะ เป็น Crispy Chicken อะไรซักอย่าง เพราะไม่ทานเนื้อ สั่งมาเป็นเซตค่ะ (เค้าให้เลือกว่า side dish จาเอาอารายระหว่างสลัด onion ring or french fried เกก้อเลือก onion ring โดยไม่ต้องคิด ) หน้าตาเป็นดังนี้ค่ะ ลืมบอกไปว่าที่นี่เค้ามีน้ำให้พร้อมกันในเซตด้วยน้า แต่ให้ไปกดเอาเอง เลือกได้ว่าจากินอาราย เยอะแค่ไหน เติมน้ำได้ไม่อั้นนั่นเอง เหมือนที่เมกาเลยอะ ^^

img_0671

img_06721

สรุปว่าอร่อยดีเหมือนกัน แต่มันเยอะอะ กินไม่หมด  อิอิ

Leave a comment »

Hack Ur Mind#11: IQ EQ EE รู้จักกันดีแค่ไหน

  ค่ะ เมื่อวันพฟหัสที่ผ่านมา คาบ Hack Ur Mind ก้อมีเรื่องราวน่าสนใจเกิดขึ้นอีกแล้ว…

เรามีวิทยากรมาบรรยายค่ะ คือ อ.วรธนัท ธัญญหาร

อาจารย์เริ่มจากการให้เาลองบวกเลขกันดูค่ะ

ทำตามนี้นะคะ 1000 + 40 + 1000 + 30 + 1000 + 20 + 1000 + 10 =

ได้เท่าไหร่กันเอ่ย คนส่วนใหญ่ ถ้าคิดเร็วๆ มักจะได้คำตอบว่า 5000 กันทุกคนแหละ แต่จริงๆ แล้วมันต้องได้ 4100 ต้างหากหละ สิ่งที่เกิดขึนสามารถอธิบายได้นะคะว่าเป็นเพราะ สมองซีกซ้ายที่คิดเรื่องลอจิกอาจจะถูกสมองซีกขวาที่คิดเกี่ยวกับ pattern ครอบงำ นั่นคือ เราเห็นเลขเป็นพันๆ มาตลอดอะค่ะ มันก้อเรยพาลให้เราตอบอะไรที่เป็นพันๆ เช่น 5000 ออกไป ^___^

ต่อไปตามหัวข้อค่ะ IQ, EQ ,EE คุณรู้จักมันดีแค่ไหน ดูกันค่ะว่าแต่ละคำหมายถึงอะไร

IQ : Intelligence Quotient = (อายุความคิด / อายุจริงๆ ) * 100 ซึ่งอายุความคิดเราต้องได้จากกาทำแบบทดสอบนะคะ

EQ : Emotional Intelligence Quotient อันนี้ไม่มีตัวเลขบอกหรอกค่ะ มันเกี่ยวกับการรู้จักตนเอง และ ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

EE : Emotional Excellence เป็นความฉลาดในระดัยจิตค่ะ เราสามาถประเมินและพัฒนาตัวเราเองได้ จากการทำ LPI (Lepnard Personality Inventory) Holistic Model นะคะ

ให้ใส่เลข 1 – 5 ในแต่ละข้อโดยเลข 5 หมายถึงตรงกับเรามากที่สุดและเลข 1 หมายถึงตรงกับตัวเราน้อยที่สุด ห้ามใส่เลขซ้ำนะคะ

1 ช่างจินตนาการ ใจเย็น ระมัดระวัง  มนุษยสัมพันธ์ดี รวดเร็ว
2  อยากรู้อยากเห็น อ่อนโยน รอบคอบ แจ่มใส  เด็ดขาด
3  ชอบสิ่งใหม่ๆ  เป็นผู้ฟังที่ดี  แม่นยำ  มองโลกในแง่ดี  เน้นผลงาน
4 มีความคิดสร้างสรรค์ เรียบง่าย ทุ่มเทกับงาน  ตามผู้อื่น  มั่นใจ
5 เป็นเจ้าความคิด อดทน จริงจัง  อบอุ่น  ชอบความท้าทาย

  ทำเสร็จแล้วก้อรวมคะแนนในแต่ละ คอลัมน์ได้เลยค่ะ แล้วดูซิว่าคอลัมน์ไหนบ้างที่ได้คะแนนเกิน 16 บ้าง ผลเป็นดังนี้ค่ะ

1. Openness เปิดกว้าง รับความคิดใหม่ๆ ได้ง่าย สร้างสรรค์

2. Neutral ไม่ชอบความขัดแย้ง มีความเกรงใจ

3. Analytical มีมาตรฐานสูงใส่ใจกับข้อมูลมากมาาย

4. Relational เฮอา สนุกสนาน ชอบพูดคุยกับผู้อื่น

5. Decisive เน้นผลงานมากกว่าสิ่งอื่นใด ชอบวามเสี่ยงและ ความท้าทาย กล้าตัดสินใจ

สำหรักเกด เกดเป็นคนประเภท OR ค่ะ นั่นคือ Openness & Relational นั่นเอง รู้สึกว่าตรงแฮะ อิอิ ทำได้เหมือนแจนแจนด้วยน้าา กราฟรูปเดียวกันเป๊ะๆ จนแอบงงไปเรยย *____________*

หลังจากนั้นเราก้อได้ทำกิจกรรมกันค่ะ ได้อ่านเรื่องราวแล้วจับกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์ สนุกดีค่ะ แต่ที่เกดชอบมากๆๆๆๆ เรยก้อคือได้ดูหนังเกี่ยวกับสภาพการทำงานนี่แหละค่ะ รู้สึกว่าตรงมาก ดูแล้วฮาเรยอะ ถึงแม้ว่าภาษาอังกิดจาฟังยากไปหน่อยก้อตาม อิอิ สนุกๆ ชอบๆ

__________________________________________________________________

Leave a comment »

Hack Ur Mind # 10: All about presentations

 เกดว่าเพื่อนๆ ทุกๆ คนต้องเคยเจอ powerpoint น่าเบื่อๆ ที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ แน่ๆ เลย

- มีข้อความเยอะแยะเต็มไปหมด ดูแล้วงงสับสน หลังจากนั้นก็จมไปกับข้อมูล

- มี bullet เยอะมากๆ ทำให้ดูแล้วไม่น่าสนใจเท่่าไหร่

- มีชื่อคนทำทุกหน้า มีโลโก้ มีบอกด้วยว่าพูดภึงไหน แล้ว สุดท้าย เนื้อหาเหลือพื้นที่เล็กนิดเดียว

- พื้นหลังไม่สวย ดูแล้วรก มีแบบนี้ไม่มีดีกว่ามั้ยเนี่ย -*-

ค่ะดังนั้น คาบ hack ur mind เมื่อวันพฤหัสที่ 29 มกราคม 2552 เราเลยได้เรียนเรื่องการทำ presentation ให้น่าสนใจกันค่ะ วิธีการก้อไม่ยากเลยมีดังนี้ค่ะ

- Simple is the best ทำอะไรที่มันเรียบง่ายเข้าไว้ค่ะ ลองดูหน้าแรก google เป้นตัวอย่าง

- อย่าใช้ template มันไม่สร้างสรรค์อะค่ะ

- อย่าใช้ภาพ clipart เพราะว่ามันดูไม่ professional ซักนิดเดียว

- ใช้ปุ่ม b  ให้เป็นประโยชน์ เอาไว้เรียกความสนใจจากผู้ฟังค่ะ อันนี้เกดชอบมากกก

- ถ้ามีรูปคนประกอบเอาเนื้อหาไว้ในฝั่งที่คนหันหน้าเข้านะคะ

- ใช้ภาพสื่อความหมาย แทนการใช้ตัวอักษร คนจะจำได้ดีกว่าค่ะ

_____________________________________________

ต่อไป เป็นส่วนของวิทยากร คุณดำเกิง ไรวา วันนี้คุณดำเกิงได้พูดถึงข้อดี ของการนำเสนอด้วย mind map ค่ะ การใช้ mind map ในการนำเสนอมันมีข้อดีตรงที่ว่า เราสามารถเห็นการเชื่อมต่อของข้อมูลได้อย่างชัดเจน เห็นได้ว่าอะไรเป็นหัวข้อหลัก แล้ว มีหัวข้อย่อยใดบ้าง ซึ่งการลำดับเนื้อหาของทั้งผู้พูดและผู้ฟังก็จะทำได้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ

Leave a comment »

Perfecting Agile

Four Methods of Perfecting Agile

Most organizations start doing agile imperfectly. Someone introduces a few practices or a manager gets a team some training, or a person starts using agile terminology. And things might improve, particularly with the use of iterations. One of the core ideas of agile methods is to have frequent delivery of valuable results. In fact, this core idea can be used to drive the improvement of an agile process. How? Here are four methods of perfecting agile by expanding the definition of done.

Perfecting Agile

Let’s suppose you already understand the benefits of agile. With these benefits in mind, you would like to improve the organization’s ability to deliver working, valuable results at the end of every iteration so that you can get better at realizing those benefits. The primary way to do this is by expanding the definition of done. You can imagine this like so:

ExpandingTheDefinitionOfDone.png

On a regular basis, the team/organization find ways to bring work done in either the preparation stage or the close stage into every iteration of the agile portion of the project. By moving the work from these “bookend” stages into the iterations, you reduce the amount of time spent in those stages and simultaneously create a more complete delivery every iteration. The “definition of done” is now expanded to contain the results or value delivered by the work that was taken out of the startup and shutdown stages of the project. By expanding the definition of done, each iteration delivers a more “complete” increment of value, and there is less work done before or after iterations in order to plan or deliver. This gradual process allows the team to get better at doing agile.

There are four methods for transferring work from the start and end of a project into the iterations of a project.

Expand the Agile Team’s Skill Set

In some ways, this is the simplest and most common approach to expanding the definition of done in the agile portion of a project. By training, coaching, mentoring, re-assigning or hiring, a team’s capacity to do work is expanded and used to expand the definition of done. As a simple example, a software developer might learn to use an automated unit testing framework and therefore expand the definition of done to include some amount of unit test coverage of delivered code. In general, training, coaching and mentoring existing team members should be preferred over adding people to the team since the addition disrupts the team’s development and can increase communication overhead among team members.

Expand the Agile Team’s Authority

Sometimes, a team is not able to do part of the preparation work or close up work because they are not authorized to do so. This may be a policy, a unspoken assumption or a bureaucratic procedure. By giving the team (or some person on the team) the authority to do this work, the team can find ways to do it every iteration instead of having to work through another non-team individual. Again, a simple example here is a situation where a technical person is given permission to talk directly to an end user in order to reduce the need for up-front requirements gathering and analysis and reduce the need for end-of-project user acceptance testing. The obvious challenge to do this is the question of trust (or lack thereof).

Automate an Existing Manual Process

Automation is often given far less than its due consideration. This is primarily be cause automating a process is an investment of work in and of itself. Fortunately, it is often easy to measure the ROI or savings involved with automation. In many agile environments, heavy automation is critical and a huge enabler for very short iterations. Automated testing, automated translation, automated build processes, are all common areas of improvement. Agile teams should always be looking for opportunities to automate their own work. In this way, the automation work itself is transformed from a separate project to a responsibility of the team.

Remove Wasteful Processes

There are some parts of the project preparation work and the project close up work that are pure waste! There is no independent value to these activities, nor is there indirect value to them. An excellent example of this sort of thing is an approval process that _always_ grants approval (“rubber stamping”). One insurance organization I worked with as they were converting to an agile approach discovered that their “second stage” approvals always allowed proposed projects to proceed. Since they often incurred a 4-6 week delay for this approval process, it became obvious that they should “get rid of it”. Now, what they actually did is made it so that it became a parallel review process rather than a gated approval process; this was so that the true purpose of the activity could still be met: to help stakeholders understand the projects that were being worked upon. Here, there is no need to take this approval process and somehow work it into every iteration. An agile approach tends to increase the visibility of the work anyway, so it may be discovered later on that the review process can also be done away with.

references: http://www.agileadvice.com/archives/training/index.html

Leave a comment »

Swissotel Nai Lert Park : Buffet at ISO Restaurant

          อ๊ะๆ วันนี้มีบุฟเฟ่ต์อร่อยๆ มาแนะนำค่ะ ที่นี่เรยโรงแรมปาร์คนายเลิศ อยู่แถวๆ ถนนวิทยุค่ะ ร้านที่แนะนำเป็นร้านอาหารนานาชาติ เค้ามีทั้งแบบ a la carte และแบบ Buffet ค่ะ และแน่นอนเกดกินบุฟเฟ่ต์ อิอิ

        เด๋วก่อนค่ะที่นี่เค้ามีวิธีการคิดราคาที่แปลกมากกกกกกก คิดเป็นนาทีค่ะ รู้สึกว่ามีความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม ราคาก้อพอฟัดพอเหวี่ยง คือ นาทีละ 5 บาท อิอิ ฟังครั้งแรกก้อขำ กะว่าไป 15 นาทีพอเลิก แต่เอาเข้าจริงก้อปาไปเกือบชั่วโมง แฮะๆ ไปกันสองคนกินไป หกร้อยกว่าๆ แง่มๆ อ้อขอเตือนค่ะ น้ำที่นี่ราคาแพงเว่อๆ อะ ดื่มน้ำแร้โง่ๆ ขวดละ 7 บาทที่เซเว่นไหงกลายเป็นขวดละหกสิบซะงั้น งอนๆ ๆ

       อาหารที่นี่โอเคเรยค่ะ มีอาหารไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง สลัด บลาๆๆ ไปจนถึงอาหารอินเดีย เกดทานได้ไม่ครบหรอกนะคะ  แต่เกดว่าอาหารมันยังอยู่ในระดับกลางๆ นะคะ เฉยๆ มีกุ้งอร้อยอร่อย สดมากๆ ที่ประทับใจ นอกนั้นก้อ soso  แต่ที่ประทับใจมากมาย ก้อคือ ขนมหวาน เค้กแสนอร่อย มีไอติมด้วย มีฟองดู ชอบๆ อิอิ  เด๋วไปดูรูปกันดีก่าค่ะ

img_0597

img_05951

        img_0606

img_0609

img_0610

img_0612

img_06141

img_0603

img_0600

จริงๆ แล้วรูปยังมีอีกมากมาย แต่ถ่ายมาไม่หมดค่ะ เพราะว่ามันจะเปลืองเวลากิน อยากถ่ายมาเยอะๆ เหมือนกันแหละ เอาไว้คราวหน้าละกาน

Comments (1) »