Hack Ur Mind#13 : Our Last Class

คาบเรียนที่ผ่านมาเป็นการเรียนวิชานี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วค่ะ คราวนี้อาจารย์ธงชัยเป็นผู้บรรยายเองเลย

>>เริ่มจากทำแบบทดสอบว่าเราเป็นคนที่ถนัดการเรียนรู้แบบใด จากสามแบบคือ Visual, Auditory หรือ Kinesthetic 

 เกดได้แบบ Kinesthetic ค่ะ แปลว่าชอบลงมือทำ

>> แล้วพวกเราก็ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ของการทำ visualizationซึ่งอาจารย์ก็เปิดคลิปให้ดูค่ะ เป็นนักกีฬายิมนาสติกที่ใช้การจินตนาการในการฝึกฝนของเธอ ซึ่งทำได้ดีมาก เลยค่ะ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ซึ่งกานทำ visualization นี้ก็มีคนทำวิจัยมากเลยนะคะ

 >> จากนั้นอาจารย์ธงชัยก้อแนะนำการฝึกชี่กงแบบเริ่มต้นให้พวกเราได้ฝึกกันค่ะ

ท่าแรก เอานิ้วโป้งชองมือซ้ายมานวดฝ่ามือขวา และเอานิ้วโป้งขวามานวดฝ่ามือซ้าย นวดตรงกลางๆ นะคะ

ท่าที่สอง ตั้งฝ่าทั้งสองโดยหันเข้าหาดัน จากนั้นค่อยๆ เลื่อนเข้าและออกจากกันอย่างช้าๆ อย่าให้ฝ่ามือชนกันะคะ ตอนทำท่านี้เกดรู้สึกว่ามือเกดร้อนด้วยแหละ จริงๆ นะไม่ได้คิดไปเอง

ท่าที่สาม ใช้นิ้วทั้งสิบนิ้ว เคาะๆ ไปที่ศีรษะ แต่ท่านี้ต้องทำไล่จากข้างหน้าไปข้างหลังนะคะ ใช้แก้ง่วงได้ดีค่ะ

ท่าที่สี่ วางฝ่ามือข้างหนึ่งที่ท้อง อีกข้างหนึ่งที่หน้าอก แล้วหมุนมือค่ะ วนไปเรื่อยๆ เริ่มจากวนตามเข็มซักระยะหนึ่ง แล้ววนตามเข็มนาฬิกาเป็นจำนวนรอบเท่ากันค่ะ ท่านี้ช่วยได้ดีสำหรับคนที่ความดันต่ำค่ะ

>> สุดท้ายก้อจบลงไปแล้วอย่างสมบูรณ์ค่ะ สำหรับวิชานี้  เวลาผ่านไปเร็วมากๆ เลย เทอมนี้เรามีวิทยากรมากถึง 11 ท่าน แต่ละท่านก้อเต็มใจให้ความรู้กับพวกเราอย่างเต็มที่ รู้สึกว่าวิชานี้เป็นวิชาที่เปิดกว้างและดีมากๆ เลยค่ะ ต้องขอขอบคุณอาจารย์ธงชัยที่เปิดวิชาดีๆ แบบนี้ให้พวกเราได้มีโอกาสได้เรียน ขอบคุณค่ะ

Leave a comment »

Minnesota :

     มีรัฐที่น่าสนใจในอเมริกามาแนะนำอีกรัฐนึงค่ะ รัฐนี้เกดมีโอกาสได้ไปเที่ยวมาครั้งนึงตอนไปอยู่ที่นั่นมา สนุกดีค่ะ รํฐนี้เค้ามีเมืองหลวงชื่อว่า saint paul ค่ะ

   Hilight ของที่นี่อยู่ที่ห้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอเมริกาเลยน้าาา ใหญ่มากๆ ห้างนี้ชื่อว่า  Mall of America ค่ะ การันตีไปอยู่มาทั้งวันยังเดินไม่หมดเลยอะ นอกจากนั้นยังมีสวนสนุกอยู่ในนั่้นอีกแหนะ ไปเล่นมาแล้วด้วยเช่นกันค่ะ หวาดเสียวมากมายมีอันนึงเล่นแล้วน้ำตาไหลเลยอะ กลัวจนไม่กล้ากรี๊ด เหอๆ

มีภาพมาฝากกันค่ะ ^ ^

 mall_of_america

จริงๆ แล้วสวนนี้กว้างมากเลยนะคะ รูปอาจจาดูเล็กๆ ไปหน่อย

mall-of-america-20

Leave a comment »

Agile Development Benefits

credit : http://www.versionone.net/Resources/AgileBenefits.asp 

Benefits of Agile Development

Agile methods grew out of the real-life project experiences of leading software professionals who had experienced the challenges and limitations of traditional waterfall development on project after project.  The approach promoted by agile development is in direct response to the issue associated with traditional software development – both in terms of overall philosophy as well as specific processes. 

Agile development, in its simplest form, offers a lightweight framework for helping teams, given a constantly evolving functional and technical landscape, maintain a focus on the rapid delivery of business value (i.e., “bang for the buck”).  As a result of this focus and its associated benefits, organizations are capable of significantly reducing the overall risk associated with software development.

In particular, agile development accelerates the delivery of initial business value, and through a process of continuous planning and feedback, is able to ensure that value is continuing to be maximized throughout the development process.  As a result of this iterative planning and feedback loop, teams are able to continuously align the delivered software with desired business needs, easily adapting to changing requirements throughout the process.  By measuring and evaluating status based on the undeniable truth of working, testing software, much more accurate visibility into the actual progress of projects is available.  And finally, as a result of following an agile process, at the conclusion of a project is a software system that much better addresses the business and customer needs.

The diagram below displays the differences between agile and waterfall development processes. By delivering working, tested, deployable software on an incremental basis, agile development delivers increased value, visibility, and adaptability much earlier in the lifecycle, significantly reducing project risk.


Agile Development Value Proposition

Leave a comment »

KitKat ชาเขียว

       วันนี้มีของอร่อยๆ มาแนะนำกันค่ะ บินมาไกลจากญี่ปุ่นเชียวนะเนี่ยย  ต้องขอขอบคุณ sponsor ผู้ใจดีที่นำกลับมาฝาก หลังจากได้งานไกลถึงญี่ปุ่น อิอิ เค้าคนนั้น คือ คุณโอปอ นั่นเอง ขอบคุณนะค้าาา

kitkat1

kitkat2

เป็น kitkat ที่อร่อยที่สุดในโลกเลยเกดชอบมากๆๆ แนะนำให้เพื่อนๆ ลองชิมกันนะคะ หน้าตาเป็นแบบในรูป ^____^

Leave a comment »

Request for Comment

1. ท่านชอบการบรรยายของวิทยากรรับเชิญท่านใดมากที่สุด โปรดให้เหตุผล

ชอบการบรรยายของ ดร. อาจอง มากที่สุดค่ะ เหตุผลที่ชอบคือ เกดมีความสนใจในเรื่องการฝึกจิต เจริญสติ และ ปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว ซึ่งดร.อาจองก็พูดถึงเรื่องนี้พอดี เกดชอบและประทับใจเรื่องการฝึกสมาธิโดยใช้แสงสว่างมากๆ เลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าทำแล้วจิตใจสงบ สมองโปร่ง และ เกิดความคิดดีๆ และมีความต้องการที่มองโลกในแง่ดีๆมากขึ้น นอกจากเกดสนใจในเรื่องนี้แล้ว ยังประทับใจที่ท่านวิทยากรเป็นคนที่มีความรู้มาก  รู้รอบทุกด้าน เป็นคนเก่ง และเป็นคนดี ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เป็นคยพอเพียงจริงๆ นิทานทุกๆ เรื่องที่ท่านสอนเข้าใจได้ง่ายทั้งที่เรื่องนั้นๆเป็นเรื่องที่สอนยาก ซึ่งนิทานแต่ละเรื่องสอนคนได้ดีมากๆ เลย เกดชอบนิทานเรื่องเศรษฐีกับภรรยา 5 คนแล้วก้อนิทานเรื่องคุณยายหาเข็มตรงที่มีแสงสว่างไม่ใช่ในที่ๆ ทำตก มากเลยค่ะ รู้สึกว่าคาบเรียนในวันนั้นเป็นคาบที่ได้ทั้งความรู้หลายๆอย่าง ได้ทั้งความสุขใจ เรียกได้ว่าเป็นคาบเรียนที่สมบูรณ์แบบเลยค่ะ ตอนนี้เกดยกให้ดร.อาจอง เป็นคนที่เกดประทับใจที่สุดเลยแล้วเกดก็ยกให้ท่านเป็น Role Model ของเกดไปเรียบร้อยแล้ว  

2. ท่านชอบเนื้อหาการบรรยายของ อ. ธงชัย เรื่องใดมากที่สุด โปรดให้เหตุผล

ชอบเนื้อหาการบรรยายของอาจารย์ธงชัยเรื่องการฝึกความจำมากที่สุดค่ะ เพราะเป็นเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้เลย ไม่ต้องใช้เวลาฝึกฝนมากมายเกดชอบเทคนิคการใช้เป๊ก หรือ ตะขอเกี่ยวค่ะ เพราทำให้เกดสามารถเรียงลำดับและจำสิ่งของได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆ ที่ก่อนที่จะได้เรียนไม่เคยมีความสามารถในเรื่องความจำมาก่อนเลย นอกจากนี้การฝึกความจำยังทำให้เกดได้ฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์ไปด้วยในตัว เพราะว่าเวลาจะจำของเกดต้องนึกภาพเรื่องราวต่างๆ ให้สัมพันธ์กับเป๊ก รู้สึกสนุกมากที่ได้เรียนรู้เรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้มมาก่อนเลยว่าคนที่เค้าจำกันเก่งๆ มีเคล็ดลับแบบนี้นั่นเอง  

3. โปรดเลือกสามหัวข้อที่ท่านต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือสนใจเป็นพิเศษ โดยเรียงตามลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด และให้เหตุผลประกอบ

การเจริญสติ สมาธิ  สนใจเรื่องนี้มากที่สุดเพราะโดยพื้นฐานเกดเป็นคนใจร้อนอยู่แล้ว หลังจากได้ฝึกเจริญสติ และ สมาธิมาซักพัก ทำให้ใจเย็นลงมากๆ และ ป็นคนที่มีเหตุผลมากขึ้น คิดก่อนพูด คิดก่อนทำมากขึ้น  ซึ่งเกดคิดว่าถ้าฝึกฝนไปเรื่อยๆ เกดจะสามารถพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

การบริหารเงินส่วนบุคคล เนื่องจากกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยของการทำงาน ไม่ใช่นิสิตอีกต่อไป ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองมากขึ้น ความรับผผิดชอบของเกดต้องเพิ่มขึ้นทุกๆด้าน รวมถึงเรื่องการเงินด้วย ดังนั้นความรู้เรื่องการบริหารการเงินส่วนบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญแลจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ เพื่อให้สามารถบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธืภาพ สามารถจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนได้ และ ใช้เงินได้เกิดประโยชน์สูงสุด

การนำเสนอ เกดคิดว่าความสามารถในการนำเสนอเป็น Key factor อย่างหนึ่งที่จะนำซึ่งความก้าวหน้าในชีวิตการทำงาน ความรู้ทางด้านเทคนิอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะในชีวิตการทำงานเราจำเป็นต้องสื่อสาร และนำเสนองานของเราให้กับเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ลูกค้า หากเรามีความสามารถด้านการนำเสนอที่ดีเราก็จะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการงานได้มากขึ้น

4. ท่านได้นำสิ่งที่ได้จากการเรียนวิชานี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง

  • - การเรียนวิชานี้ทำให้ได้ฝึกทักษะที่ไม่เกี่ยวข้องกับความรู้ด้านเทคนิคเลย แต่ทำให้ได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • - ได้พัฒนาความสามารถให้มองโลกในมุมบวก คิดถึงแต่เรื่องดีๆ ตามแนวคิดกฎแห่งการดึงดูด และรู้จักการสร้างแรงับนดาลใจให้กับตัวเอง
  • - ได้เทคนิคต่างๆ ในการฝึกฝน และพัฒนาความจำของตนเอง
  • - ได้ความรู้เรื่องการบริหารการเงิน แนวคิดการออมเงินให้เป็นเศรษฐี
  • - ไดรู้จักตนเองเพื่มมากขึ้น รู้ว่าเป็นคนประเภทไหน ควรฝึกฝนพัฒนาเรื่องใดเพิ่มขึ้นอีก และควรปรับตัวให้เข้ากับคนประเภทอื่นๆ ได้อย่างไร
  • - ได้รับความรู้จากวิทยากรหลายๆท่าน ที่สอนให้รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง ได้ฝึกพัฒนาจิตและสติ

 

5. ท่านคิดว่าควรมีการสอบทักษะของเล่นที่ใช้ความคล่องแคล่วของมือหรือไม่ โปรดเลือกคำตอบและให้เหตุผลประกอบ

เกดคิดว่า มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ เพราะของเล่นที่ต้องใช้ทักษะนั้น การจะเล่นได้หรือไม่ได้อยู่ที่การฝึกฝนค่ะ ซึ่งของเล่นแต่ละชนิดนั้นก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนค่อนข้างมาก เทอมนี้มีเพื่อนหลายคนที่ว่างมากๆ ไม่ได้ลงเรียนมากนัก เวลาก็จะมากทำให้มีเวลาว่างมากพอที่จะฝึกทักษะ และก็มีเพื่อนอีกหลายคนเช่นเดียวกันที่ลงเรียนเยอะเพราะเป็นเทอมสุดท้ายที่จะสามารถเก็บเกี่ยวความรู้ในเรื่องที่สนใจได้ ทำให้ไม่มีเวลามากพอที่จะฝึกฝน  ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่เกดคิดว่ายอมรับได้ค่ะ ซึ่งเกดคิดว่าถ้าจะมีการสอบก็ควรเป็นการเล่นเพื่อการฝึกทักษะ หรือเป็นการแสดงความสามารถเล็กๆน้อยๆ ให้เพื่อนๆ ดูเพื่อความสนุกสนาน แต่ไม่ควรมีความเครียดหรือความกดดันจากคะแนนค่ะ

6. ท่านต้องการให้วิทยากรด้านใดมาบรรยายเพิ่มเติม โปรดเสนอชื่อวิทยากรหรือเนื้อหาที่ต้องการ

อยากให้เชิญ คุณมนตรี ฐิรโฆไท  ท่านเป็นผู้ก่อตั้งโครงการ New Investor Programs หรือ NIPs ที่เพื่อนๆ หลายคนได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการค่ะ ท่านเป็นคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการเงิน และ การลงทุนค่ะ นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับต่างๆ ที่สามารถนำมาในการบริหารการเงินส่วนบุคคลได้ดีมากๆเลยค่ะ นอกจากนี้ท่านยังมีความสามารถในการถ่ายทอดประสบการณ์ และ ความรู้ได้สนุกสนานและเข้าใจง่ายอีกด้วยค่ะ  

7. โปรดตั้งคำถามและคำตอบหนึ่งข้อเสมือนว่าท่านเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชานี้

ให้ท่านให้ข้อเสนอแนะสำหรับวิชานี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด?

  • - มีการไปทัศนศึกษานอกสถานที่ อาจจะไปปฏิบัติธรรมที่ยุวพุทธิกสมาคม เพื่อฝึกฝนการเจริญสติและสมาธิ หรือไปเที่ยวชมโรงเรียนสัตยาไสย ของ ดร.อาจอง เพื่อเปิดหูเปิดตา และมีจิตสำนึกในการรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • - หาแรงจูงใจในการให้เพื่อนๆ เข้าห้องเรียนให้ตรงเวลามากขึ้นทั้งตอนเริ่มเรียนและหลังจากพัก เช่น เช็คชื่อพร้อมลงเวลาการเข้าห้อง
  • - ให้ทุกๆคนมีส่วนร่วมในคลาสมากขึ้น อาจจะเป็นการยกมือแสดงความคิดเห็น ถามคำถาม หรือ พูดขอบคุณวิทยากร

Leave a comment »

Hach Ur Mind #11 : การฝึกจิตเพื่อความสุขที่ยั่งยืน

สวัสดีค่ะ คาบที่แล้วพวกเราได้ฟังการบรรยายที่ดีมากๆ เกดประทับใจที่สุดในโลกเลยแหละ วิทยากรที่ใจดีมาบรรยายให้พวกเรา ท่านคือ ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นั่นเองค่ะ ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก น่าเคารพนับถือ สุดๆเลยค่ะ

 getattachment

เราเริ่มจากการสวดมนต์เป็นเพลงก่อนเลยค่ะ เพื่อระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย

 เกดขอสรุปเรื่องราวทีละอย่างละกันนะคะ

- ฉัน ต้องการ ความสุข
  ตัด ฉัน และ ต้องการ ออก ก็จะเหลือแต่ความสุข
  ง่ายไหมครับ
  ฉัน คือ ตัวกู ของกู
  แทนที่คิดถึงตัวฉัน เป็นเรา ตัด I เป็น We
   ต้องการ โดยเฉพาะเด็กๆ ต้องลดเรื่องนี้ให้ได้
  การตลาดจะมุ่งเยาวชนเป็นหลัก
  ต้องการมาก ก็ผิดหวังมาก
  ต้องการน้อย ก็ผิดหวังน้อย
   ไม่ต้องการเลย ก็ไม่ผิดหวังเลย

- เล่านิทานคุณยายหาเข็มเย็บผ้า ที่เข็มตกในห้องที่มืด แต่ไปหาในที่มีแสง จะเจอไหมครับ
  ความสุขหายไปจากใจ ต้องกลับมาหาที่ใจครับ

- มาศึกษาเกี่ยวกับตัวเราเอง
   พูดเรื่องการเรียนรู้
   ท่านอาจารย์เรียนครูตอนอายุ ๖๐ ปี
   แสดงว่า พวกเราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา
    การเรียนรู้ เราจะใช้อะไรเป็นหลัก
    อเมริกา ใช้ Brian base learning ทำให้คนเป็นคนเก่ง
   คนเก่งจะต้องใช้การเชื่อมโยงเซล

- มนุษย์ เจ้าจงรู้จักตัวเอง
   การเรียนรู้เริ่มจากการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม แล้วเก็บไว้ในจิตใต้สำนึกของเรา

-  หากอยากมีความสุขต้องควบคุมประสาทสัมผัสทั้งห้า
   ตา รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่เรามองเห็นความเลว เพราะความเลวอยู่ในจิตใจเราเอง
   หู รับการสั่นสะเทือนของอากาศ แต่เราได้ยินบางเรื่องแล้วโกรธ เพราะเราตีความไปเอง เป็นแค่การสั่นสะเทือนของอากาศ

- การตีความ
   เราเห็น ฟังสิ่งเดียวกัน ตีความต่างกัน
   ขึ้นอยู่ว่าเรามีอะไรในจิตใต้สำนึกของเรา
   เราบันทึกข้อมูลอะไรในจิตใต้สำนึก

- ดังนั้นก่อนเราจะมีปฏิกิริยา ต้องตั้งคำถามต่อตัวเอง
  1. ข้อมูลนี้ดีต่อตัวเราไหม?
  2. ข้อมูลนี้ดีต่อทุกคนไหม?
  เราเรียกการทำแบบนี้ว่าใช้วิจารณญาณ

- นี่เป็นวิธีการเปลี่ยนตัวเอง ต้องใส่โปรแกรมให้ตัวเราเอง ใส่ในจิตใต้สำนึกของเรา
   ตื่นตอนเช้ายิ้ม วันนี้เรามีปัญหาให้แก้ไข จะได้เรียนรู้และประสพความสำเร็จ
   เราคิดอย่างไร เราก็จะเป็นคนแบบนั้น

-  จิตใต้สำนึกควบคุมสมองตลอด ๒๔ ชั่วโมง
    เช่น เราบ่นว่าปวดหัวบ่อยๆ เข้า เราจะปวดหัว, เด็กบ่นปวดท้องทุกวัน เด็กจะปวดท้องเพราะจิตใต้สำนึกบอกว่า เด็กคนนี้อยากปวดท้อง ในแง่จิตวิตยา ความคิดสำคัญมาก

- ใครด่าเรา ให้เราคิดในใจว่า ขอบใจที่ทดสอบเรา ให้อดทน รู้จักควบคุมตัวเอง
  จะได้หาข้อแก้ไข เรียนรู้ จะได้ไม่ผิดซ้ำซ้อน

-  ศัตรูที่แท้จริงของมนุษย์ ล้วนอยู่ในตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็น ความโกรธ, ความโลภ, ความอิจฉาริษยา เป็นต้น

-  เราเปลี่ยนนิสัยเด็กได้ภายใน ๗ วัน
    ใส่ความคิดเรื่อยๆ แต่งเพลง
    บอกตัวเองในทางบวกทุกเช้า ชีวิตเราจะเปลี่ยน

- การสร้างภูมิคุ้มกันต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา
  ต้องมีศีล และสมาธิ จะทำให้จิตสำนึกยกระดับขึ้น จนเจอ จิตเหนือสำนึก (Super Conscious Mind) เป็นจิตบริสุทธิ์ที่ทุกคนมี เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น   และจะรู้อะไรๆ ด้วยตนเอง

-  เมื่อเราฝึกสมาธิความจำจะดีขึ้น

-  การหยั่งรู้มาจากใจโดยตรง-อัลเบิร์ต ไอสไตน์

-  ผลงานของอาจารย์ ที่ร่อนลงดาวอังคาร มาจากการนั่งสมาธิ

-   การฝึึกสมาธิของชาวคริสต์คือการสวดมนต์ หลายศาสนาใช้การท่องไปเรื่อยๆ
วิธีการฝึกสมาธิหลายวิธี

- ป่าไม้ในประเทศไทยลดจาก ๘๐% เหลือ ๑๘% ของพื้นที่ในปัจจุบัน
  เราทำลายป่าไม้มากมายในช่วงที่ผ่านมา
   เราใช้พลังงานกันเยอะมาก
   ตอนนี้ CO2 ในอากาศ ๓๙๐ ppm แล้ว ถ้าถึง ๔๕๐ ppm จะถึงขั้นวิกฤติ
   ประมาณ ๕ ปี จะถึงจุดนั้น
   ทุกปีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น ๑ องศาเซลเซียส
   สิบปีข้างหน้า แม่น้ำโขงจะแห้งสนิท
   ธารน้ำแข็งจะเป็นต้นน้ำให้แม่น้ำใหญ่ๆ ต่างๆ
   หมีขาวอีกสิบปีจะสูญพันธุ์ เพราะไม่มีน้ำแข็ง
   น้ำทะเลขึ้น ๗ เมตร ภาคกลางจะหายหมด
   ประเทศไทยต้องย้ายเมืองหลวงแล้ว
  ๕ ปีเท่านั้น
  ต้องช่วยลดการใช้พลังงานทดแทน
  พลังงานแสงอาทิตย์, Biogas, พลังงานไฟฟ้าจากพลังลม

Leave a comment »

Niagara Falls

มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เป็นธรรมชาติมาแนะนำกันอีกแล้วค่ะ วันนี้เป็น Niagara Falls อยู่ที่รัฐ Neew York อเมริกาค่ะ น้ำตกที่นี่สยขึ้นชื่อลือชามาตั้งนานแล้ว เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยแหละ จริงๆ แล้วมันมีน้ำตก 2 ฝั่งอะค่ะ คือ ฝั่งเมริกา กับฝั่งแคนาดา เค้ามีชื่อเรียกด้วยนะคะ ว่า American Falls , Horseshoes falls ตามลำดับ (เข้าจัยถูกป่าวหว่า เอ๊ะเริ่มงง -*-) 

 niagara-falls

แต่ถ้าใครได้มีโอกาสไปแล้วละก้อ ที่พลาดไม่ได้เลยคือ การนั่งเรือเพื่อที่จะได้เข้าไปใกล้ชิด และ ชื่นชมกับน้ำตก เรือลำนี้มีชื่อว่า maid of the mist ค่ะ ราคาค่าขึ้นชมก้อไม่แพงมากจนเกินไป ประมาณ 12 เหรียญเท่านั้น ถือว่าคุ้มค่าอะค่ะ

maid-of-the-mist

หน้าตาเรือเป็นประมาณนี้แหละค่ะ ลำใหญ่ๆ แน่นอนว่าทุกคนขึ้นไปต้องเปียก ดังนั้น เค้าเลยมีบริการเสื้อกันฝนแจก แต่ก้อยังเปียกนิดๆ หน่อยๆ อยู่ดีแหละค่ะ สนุกดี เกดชอบมากมายอะ รู้สึกว่าธรรมชาติที่นั่นสวยมากๆ ยิ่งตอนกลางมีแสง สีสวยๆ ส่องมาจากน้ำตกอย่างพร้อมเพรียงทั้งจากฝั่งอเมริกา และ แคนดา ด้วยแล้วนะ ยิ่งสวยใหญ่เลย

Leave a comment »

DQ Gril & Chill

ร้านนี้พึ่งมีโอกาสได้ไปดินมาเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ เห็นเปิดมาตั้งนานแล้ววว อยู่ที่ Siam Center ตรงใกล้ๆ กับลานน้ำพุที่ติดกับสยามพารากอน นั่นเอง ไม่ไกลเรย วันนั้ไปกินกะ แจ่แจ๋ และคุณวุด ด้วคำแนะนำจากแจ่แจ๋นั่นเอง

บรรยากาศโอเคเลยค่ะ สมกับชื่อร้านดี เอาไว้นั่งเล่นๆกับเพื่อนๆ ได้ อาหารเป็นสไตล์อเมริกันสุดๆ ร้ายก้อบรรยากาศอเมริกันจ๋าแบบนั้นเลยอะ  ส่วนอาหารที่เรากินกัน แน่นอน ต้องเป็น junk food อิอิ ไปดูกันค่ะ

เริ่มจาก logo ของร้าน จริงๆ มันก้อคือร้านไอติมที่เรารู้จักกันดีอะแหละ แต่ร้านนี้มีการขาาย junkfood เสริมเข้าไปด้วย

dq-logo

เกดสั่ง …….จำชื่อมะได้อะ เป็น Crispy Chicken อะไรซักอย่าง เพราะไม่ทานเนื้อ สั่งมาเป็นเซตค่ะ (เค้าให้เลือกว่า side dish จาเอาอารายระหว่างสลัด onion ring or french fried เกก้อเลือก onion ring โดยไม่ต้องคิด ) หน้าตาเป็นดังนี้ค่ะ ลืมบอกไปว่าที่นี่เค้ามีน้ำให้พร้อมกันในเซตด้วยน้า แต่ให้ไปกดเอาเอง เลือกได้ว่าจากินอาราย เยอะแค่ไหน เติมน้ำได้ไม่อั้นนั่นเอง เหมือนที่เมกาเลยอะ ^^

img_0671

img_06721

สรุปว่าอร่อยดีเหมือนกัน แต่มันเยอะอะ กินไม่หมด  อิอิ

Leave a comment »

Hack Ur Mind#11: IQ EQ EE รู้จักกันดีแค่ไหน

  ค่ะ เมื่อวันพฟหัสที่ผ่านมา คาบ Hack Ur Mind ก้อมีเรื่องราวน่าสนใจเกิดขึ้นอีกแล้ว…

เรามีวิทยากรมาบรรยายค่ะ คือ อ.วรธนัท ธัญญหาร

อาจารย์เริ่มจากการให้เาลองบวกเลขกันดูค่ะ

ทำตามนี้นะคะ 1000 + 40 + 1000 + 30 + 1000 + 20 + 1000 + 10 =

ได้เท่าไหร่กันเอ่ย คนส่วนใหญ่ ถ้าคิดเร็วๆ มักจะได้คำตอบว่า 5000 กันทุกคนแหละ แต่จริงๆ แล้วมันต้องได้ 4100 ต้างหากหละ สิ่งที่เกิดขึนสามารถอธิบายได้นะคะว่าเป็นเพราะ สมองซีกซ้ายที่คิดเรื่องลอจิกอาจจะถูกสมองซีกขวาที่คิดเกี่ยวกับ pattern ครอบงำ นั่นคือ เราเห็นเลขเป็นพันๆ มาตลอดอะค่ะ มันก้อเรยพาลให้เราตอบอะไรที่เป็นพันๆ เช่น 5000 ออกไป ^___^

ต่อไปตามหัวข้อค่ะ IQ, EQ ,EE คุณรู้จักมันดีแค่ไหน ดูกันค่ะว่าแต่ละคำหมายถึงอะไร

IQ : Intelligence Quotient = (อายุความคิด / อายุจริงๆ ) * 100 ซึ่งอายุความคิดเราต้องได้จากกาทำแบบทดสอบนะคะ

EQ : Emotional Intelligence Quotient อันนี้ไม่มีตัวเลขบอกหรอกค่ะ มันเกี่ยวกับการรู้จักตนเอง และ ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

EE : Emotional Excellence เป็นความฉลาดในระดัยจิตค่ะ เราสามาถประเมินและพัฒนาตัวเราเองได้ จากการทำ LPI (Lepnard Personality Inventory) Holistic Model นะคะ

ให้ใส่เลข 1 – 5 ในแต่ละข้อโดยเลข 5 หมายถึงตรงกับเรามากที่สุดและเลข 1 หมายถึงตรงกับตัวเราน้อยที่สุด ห้ามใส่เลขซ้ำนะคะ

1 ช่างจินตนาการ ใจเย็น ระมัดระวัง  มนุษยสัมพันธ์ดี รวดเร็ว
2  อยากรู้อยากเห็น อ่อนโยน รอบคอบ แจ่มใส  เด็ดขาด
3  ชอบสิ่งใหม่ๆ  เป็นผู้ฟังที่ดี  แม่นยำ  มองโลกในแง่ดี  เน้นผลงาน
4 มีความคิดสร้างสรรค์ เรียบง่าย ทุ่มเทกับงาน  ตามผู้อื่น  มั่นใจ
5 เป็นเจ้าความคิด อดทน จริงจัง  อบอุ่น  ชอบความท้าทาย

  ทำเสร็จแล้วก้อรวมคะแนนในแต่ละ คอลัมน์ได้เลยค่ะ แล้วดูซิว่าคอลัมน์ไหนบ้างที่ได้คะแนนเกิน 16 บ้าง ผลเป็นดังนี้ค่ะ

1. Openness เปิดกว้าง รับความคิดใหม่ๆ ได้ง่าย สร้างสรรค์

2. Neutral ไม่ชอบความขัดแย้ง มีความเกรงใจ

3. Analytical มีมาตรฐานสูงใส่ใจกับข้อมูลมากมาาย

4. Relational เฮอา สนุกสนาน ชอบพูดคุยกับผู้อื่น

5. Decisive เน้นผลงานมากกว่าสิ่งอื่นใด ชอบวามเสี่ยงและ ความท้าทาย กล้าตัดสินใจ

สำหรักเกด เกดเป็นคนประเภท OR ค่ะ นั่นคือ Openness & Relational นั่นเอง รู้สึกว่าตรงแฮะ อิอิ ทำได้เหมือนแจนแจนด้วยน้าา กราฟรูปเดียวกันเป๊ะๆ จนแอบงงไปเรยย *____________*

หลังจากนั้นเราก้อได้ทำกิจกรรมกันค่ะ ได้อ่านเรื่องราวแล้วจับกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์ สนุกดีค่ะ แต่ที่เกดชอบมากๆๆๆๆ เรยก้อคือได้ดูหนังเกี่ยวกับสภาพการทำงานนี่แหละค่ะ รู้สึกว่าตรงมาก ดูแล้วฮาเรยอะ ถึงแม้ว่าภาษาอังกิดจาฟังยากไปหน่อยก้อตาม อิอิ สนุกๆ ชอบๆ

__________________________________________________________________

Leave a comment »

Hack Ur Mind # 10: All about presentations

 เกดว่าเพื่อนๆ ทุกๆ คนต้องเคยเจอ powerpoint น่าเบื่อๆ ที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ แน่ๆ เลย

- มีข้อความเยอะแยะเต็มไปหมด ดูแล้วงงสับสน หลังจากนั้นก็จมไปกับข้อมูล

- มี bullet เยอะมากๆ ทำให้ดูแล้วไม่น่าสนใจเท่่าไหร่

- มีชื่อคนทำทุกหน้า มีโลโก้ มีบอกด้วยว่าพูดภึงไหน แล้ว สุดท้าย เนื้อหาเหลือพื้นที่เล็กนิดเดียว

- พื้นหลังไม่สวย ดูแล้วรก มีแบบนี้ไม่มีดีกว่ามั้ยเนี่ย -*-

ค่ะดังนั้น คาบ hack ur mind เมื่อวันพฤหัสที่ 29 มกราคม 2552 เราเลยได้เรียนเรื่องการทำ presentation ให้น่าสนใจกันค่ะ วิธีการก้อไม่ยากเลยมีดังนี้ค่ะ

- Simple is the best ทำอะไรที่มันเรียบง่ายเข้าไว้ค่ะ ลองดูหน้าแรก google เป้นตัวอย่าง

- อย่าใช้ template มันไม่สร้างสรรค์อะค่ะ

- อย่าใช้ภาพ clipart เพราะว่ามันดูไม่ professional ซักนิดเดียว

- ใช้ปุ่ม b  ให้เป็นประโยชน์ เอาไว้เรียกความสนใจจากผู้ฟังค่ะ อันนี้เกดชอบมากกก

- ถ้ามีรูปคนประกอบเอาเนื้อหาไว้ในฝั่งที่คนหันหน้าเข้านะคะ

- ใช้ภาพสื่อความหมาย แทนการใช้ตัวอักษร คนจะจำได้ดีกว่าค่ะ

_____________________________________________

ต่อไป เป็นส่วนของวิทยากร คุณดำเกิง ไรวา วันนี้คุณดำเกิงได้พูดถึงข้อดี ของการนำเสนอด้วย mind map ค่ะ การใช้ mind map ในการนำเสนอมันมีข้อดีตรงที่ว่า เราสามารถเห็นการเชื่อมต่อของข้อมูลได้อย่างชัดเจน เห็นได้ว่าอะไรเป็นหัวข้อหลัก แล้ว มีหัวข้อย่อยใดบ้าง ซึ่งการลำดับเนื้อหาของทั้งผู้พูดและผู้ฟังก็จะทำได้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ

Leave a comment »